Thursday, October 4, 2018

" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม "

" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม "

-: กลอนแปดสุภาพ :-

๐ กรรมกำหนด  กฎไว้  ควรได้รู้

   ว่าทุกผู้   ต้องตาย   วายชีวาต

   ไม่ว่าไพร่    ผู้ดี    มีอำนาจ

   ก็ไม่อาจ  หลีกลี้  หนีความตายฯ

๐ มาแต่ตัว  ไปแต่ตัว  อย่ามัวหลง

   ควรรีบปลง  สังวรณ์  ก่อนจะสาย

   ทรัพย์ที่มี  สิ่งจำลอง  ของนอกกาย

   ยามวางวาย  สิ่งที่ติด  คือจิตตนฯ

๐ สังขารนี้    มันมิใช่    ของเราดอก

   ใคร่ขอบอก  เป็นกายนอก  อย่าสับสน

   กายภายใน   ที่สถิต   คือจิตตน

   เป็นกมล  วิญญาน  สังขารธรรมฯ

๐ จงทำดี   ละชั่ว   จงกลัวบาป

   ละยศลาภ  ที่มีมา  อย่าถลำ

   สิ่งที่ควร  ยึดมั่น  นั้นคือกรรม

   เพราะจะนำ  ติดไป  เมื่อวายชนม์ฯ

   ต๋อย.( คนพเนจร )

   ๐๒ ต.ค. ๒๕๖๑ @ ๑๙.๑๙ น.


"ไฟสเน่หา"

-:กลอนแปดสุภาพ:-

๐ทั้งที่รู้  เขาไม่รัก  ยังปักจิต

  ทั้งที่คิด ถึงเขา แล้วเศร้าหมอง

  ทั้งที่รู้  ว่าเขา  ไม่เคยมอง

  ทั้งที่ปอง เพียงเงา ยังเฝ้าชมฯ

๐ไฟเอ๋ยไฟ สเน่หา พาร้อนรุ่ม

  ไฟเธอสุม  เผาใจ  ให้ขื่นขม

  ไฟราคะ เกาะทรวง ลวงระทม

  ไฟอารมณ์  ตรมอยู่  มิรู้วายฯ

๐อยากจะหัก  ฤทัย  ไฟสุมอก

  อยากเป็นนก หนีไกล ใจสลาย

  อยากลืมฝัน ที่เคยรัก ปักใจกาย

  อยากลืมสาย สัมพันธ์ อันมืดมนฯ

๐เมื่อหมดรัก จากใจ ไฟก็มอด

  หมดอ้อมกอด พลอดพร่ำ ย้ำอีกหน

  หมดกิเลส ตัณหา ลาหน้ามล

  หมดใจยล สิ้นสเน่หา ไฟราคีฯ

๐๓/๑๐/๒๕๖๐ @ ๑๗.๕๐ น.
ต๋อย. (คนพเนจร)

บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน

บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน

อุเบกขาตัวนี้ คือวางเฉยต่ออาการของชาวบ้าน ชาวบ้านที่ทำให้เราไม่ชอบใจก็ดี ทำให้เราชอบใจก็ตาม เราเฉยเสียไม่ยอมรับนับถือทั้งชอบใจและไม่ชอบใจนะขอรับ นี่เป็นเรื่องธรรมดาๆ นะ แล้วถ้าสูงขึ้นไปอีกนิด ก็อุเบกขาเหมือนกัน วางเฉยในขันธ์ 5 นี่สำคัญนะขอรับตัวนี้เป็นตัวแท้ ไอ้ตัวเมื่อกี่นี้ตัวหน้าตัววางเฉยเรื่องราวของชาวบ้านที่เขาพูดไม่ถูกหรือทำไม่ถูกใจ หรือทำไม่ถูกใจ พูดไม่ถูกใจ เราวางเฉยไม่เอาอารมณ์ไปยุ่ง ไอ้ยังงี้เป็นเรื่องเปลือกๆ เป็นอาการของเปลือก ไม่ใช่เนื้อ อุเบกขาที่แท้ต้องเป็นสังขารรุเปกขาญาณวางเฉยในขันธ์ 5 เรื่องของขันธ์ 5 มันจะรับอะไรมาก็ตาม เราเฉยเสีย คิดว่านี่เป็นธรรมของคนที่เกิดมามีชีวิต คนที่เกิดมามีขันธ์ 5 มันต้องมีอาการอย่างนี้เป็นปกติ ไม่มีใครจะพ้นอาการอย่างนี้ไปได้ ถึงแม้ว่าเราจะหลีกหนีให้พ้นไปสักขนาดใดก็ตาม เราจะมีเงินมีทองมีอำนาจวาสนาบารมียังไงก็ตาม ไม่สามารถจะพ้นโลกธรรม 8 ประการไปได้ คือ 1. มีลาภ 2. เสื่อมลาภ 3. มียศ 4. เสื่อมยศ 5. นินทา 6. สรรเสริญ 7. สุข 8.ทุกข์

อาการ 8 ประการนี้ คนในโลกทั้งหมดหนีไม่พ้น ที่นี้เมื่ออาการภายนอกอย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้นมา เราก็วางเฉยเสีย ถือว่าเรื่องของขันธ์ 5 เป็นธรรมดา คนมีขันธ์ 5 ต้องมีการกระทบกระทั่งทั้งทางหูและทางตา หนีไม่ได้ก็ปล่อยมัน เหมือนกับคนเดินอยู่กลางทุ่งที่ไม่มีอะไรบัง ฝนจะตกก็ดี แดดจะออกก็ดี ก็ต้องถูกตัว แต่เราก็ไม่โกรธแดดโกรธฝน เพราะถือเราเป็นคนเดินดิน มันหนีไม่พ้น ทีนี้มาถ้าขันธ์ 5 มันป่วยไข้ไม่สบาย หรือมันจะตาย เราก็วางเฉยอีก เพราะว่าขันธ์ 5 สภาวะมันเป็นอย่างนี้ มันจะพังอย่างนี้ มันจะต้องป่วยอย่างนี้เป็นของธรรมดา เราก็เฉยมันเสียแต่ไม่เฉยเปล่านะ เอาจิตเข้าไปจับพระนิพพานเป็นอารมณ์ด้วย และนอกจากนั้น ถ้ารักษาเพื่อระงับเวทนาได้ก็ควรรักษา เมื่อรักษามันหายก็หาย ไม่หายก็ตามใจ นี่เรื่องของมัน วางเฉยไว้ คิดว่าถ้ามันทรงอยู่เราก็จะเลี้ยงมันไว้ ถ้ามันทรงอยู่ไม่ได้ เราก็จะไปนิพพาน ขันธ์ 5 มันเป็นตัวถ่วง เป็นตัวให้เกิดในวัฏฏสงสาร ถ้าเราข้องใจในมันเมื่อไร ความทุกข์ก็ไม่ถึงที่สุดเมื่อนั้น หมายความว่าความทุกข์มันก็จะปรากฏเมื่อนั้น ถ้าเราเลิกข้องใจกับมันเมื่อไร เลิกสนใจกับมันเมื่อไร เราก็สิ้นทุกข์เมื่อนั้น

จาก หนังสือ มหาสติปัฏฐาน4 หลวงพ่อพระราชพรหมยาน



"..การเพ่งโทษผู้อื่น ทำให้ตัวเองไม่เป็นสุข

แต่การเพ่งดูใจตนเอง ทำให้เป็นสุขได้

แม้กำลังโกรธมาก หากเพ่งดูใจตัวเองให้เห็นว่ากำลังโกรธมาก ความโกรธก็จะลดลง หากเพ่งดูใจตัวเองให้เห็นว่ากำลังโกรธน้อย ความโกรธก็จะหมดไป

จึงกล่าวได้ว่า ไม่ว่าจะมีอารมณ์ใดก็ตาม โลภ หรือโกรธ หรือหลงก็ตาม หากเพ่งดูใจให้เห็นอารมณ์นั้นแล้ว อารมณ์นั้นจะหมดไป ได้ความสุขมาแทนที่ ทำให้มีใจสบาย.."

สมเด็จพระญาณสังวรฯ


นักขัตตชาดก
                            ว่าด้วยประโยชน์คือฤกษ์
          มีคหบดีอยู่ในชนบทท่านหนึ่ง ต้องการไปสู่ขอกุลธิดาในกรุงสาวัตถีให้แก่บุตรชายของตนเอง ได้กำหนดวันสู่ขอและนัดหมายกันไว้เรียบร้อยแล้ว ครั้นถึงวันนัดหมายจึงไปถามอาชีวกในตระกูลของตน  เขามีความโกรธมากที่ไม่มาปรึกษาตนก่อน กำหนดวันเอาตามพอใจตน  จึงต้องการที่จะสั่งสอนเขาเสียบ้าง  แล้วพูดว่าวันนี้ฤกษ์ไม่ดีถ้าขืนทำไปจักพินาศใหญ่ เขาจึงเชื่อและเลื่อนกำหนดการสู่ขอเป็นวันรุ่งขึ้นตามที่ตนนัด
           ฝ่ายบ้านเจ้าสาวได้จัดงานมงคลไว้พร้อมแล้ว  ไม่เห็นพวกเจ้าบ่าวมาตามที่นัดหมาย  จึงยกธิดาของเขาให้แก่ตระกูลอื่นไป พอวันรุ่งขึ้นขบวนเจ้าบ่าวคหบดีมาสู่ขอ   ชาวเมืองสาวัตถีพากันบริภาษขบวนเจ้าบ่าวว่า   พวกท่านสมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นคนบ้านนอก  ขาดความเป็นผู้ดี  เป็นคนลามก  กำหนดวันไว้แล้ว ดูหมิ่นเสียไม่มาตามกำหนด  เชิญกลับไปตามทางที่มากันนั่นแหละ  พวกเรายกเจ้าสาวให้คนตระกูลอื่นไปแล้ว คราวนี้จักนำ
ตัวเจ้าสาวที่ให้เขาไปแล้วมาอีกได้อย่างไรเล่า ?  ทั้งสองจึงเกิดเรื่องทะเลาะวิวาทกันเรื่อง ที่ไม่ได้ตัวเจ้าสาว
            พระศาสดาประทับอยู่วัดเชตะวัน เมืองสาวัตถี ตรัสถามว่า   ภิกษุทั้งหลาย บัดนี้พวกเธอกำลังสนทนากันเรื่องอะไร?   ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลให้ทรงทราบ  และพระศาสดาทรงเอาเรื่องในอดีตมาสาธก... ในครั้งนั้นพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติในกรุงพาราณสี   มีชาวพระนครพากันไปสู่ขอธิดาของชาวชนบท  กำหนดวันแล้วไม่มาตามนัด เพราะไปเชื่ออาชีวก  ฝ่ายเจ้าบ่าวและฝ่ายเจ้าสาวได้โต้เถียงกันอยู่อย่างนี้  พอดีมีบุรุษผู้เป็นบัณฑิตชาวเมืองคนหนึ่ง  ไปชนบทด้วยกิจการบางอย่าง  ได้ยินว่าชาวเมืองไม่มาสู่ขอเจ้าสาวเพราะฤกษ์ไม่ดี  ฤกษ์จะมีประโยชน์อะไร?  เพราะการได้เจ้าสาวก็ถือเป็นฤกษ์ดีอยู่แล้ว มิใช่หรือ ? จึงได้กล่าวคาถานี้ความว่า...
 "ประโยชน์ผ่านพ้น
คนโง่ ผู้มัวคอยฤกษ์ยามอยู่
ประโยชน์เป็นฤกษ์ของประโยชน์
 ดวงดาวทั้งหลาย จักทำอะไรได้"
               มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น ที่อาชีวกนั้น ทำการขัดขวางงานมงคลของตระกูลนั้น  ถึงในครั้งก่อนก็ได้กระทำแล้วเหมือนกัน  ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาตรัสแล้ว   ทรงสืบอนุสนธิประชุมชาดกว่า   อาชีวกในครั้งนั้นได้มาเป็นอาชีวกในครั้งนี้  แม้ตระกูลทั้งสิ้นในครั้งนั้นก็ได้มาเป็นตระกูลในครั้งนี้  ส่วนบุรุษผู้เป็นบัณฑิตผู้ยืนกล่าวคาถาได้มาเป็นเราตถาคต  ฉะนี้แล.
ขุ.ชา.เอกก.อ.(ไทย) ๓/๔๙-๕๓
        ๐๐๐ ประโยชน์ได้ล่วงเลย  คนโง่เขลาที่มัวรอคอยฤกษ์ยามอยู่  ประโยชน์นั่นแหละเป็นฤกษ์ของประโยชน์  ดวงดาวทั้งหลายจักทำอะไรได้.

ขุ.ชา.อฏจก.(ไทย)๒๗/๔๙/๒๐

" อรุณ ,ตะวัน ,จันทรา ,ราตรี "

" อรุณ ,ตะวัน ,จันทรา ,ราตรี "

-: กลอนแปดสุภาพ :-

๐ อรุณ.ฉาน  รานรัก  ปักในอก

   อรุณ.ผก  โผล่นภา  ฟ้าสยาม

   อรุณ.ฉาย แสงเรื่อ เจือเย็นยาม

   อรุณ.งาม  รามรับ  จับนภาฯ

๐ ตะวัน.ส่อง  แสงงาม  เมื่อยามเช้า

   ตะวัน.เร้า   เหหัก   ปักเวหา

   ตะวัน.งาม ยามเที่ยง เบี่ยงสายตา

   ตะวัน.ลา  ตะวันลับ  กลับไปนอนฯ

๐ จันทรา.มา ฉายแสง แรงตอนค่ำ

   กระต่ายต่ำ   เพ่งพิศ   ชิดสมร

   จันทราสูง  เกินไป  ใจร้าวรอน

   กระต่ายนอน คอยจันทร์ ฝันอยู่เดียวฯ

๐ ราตรีแสน  ยาวนาน  ไม่หวานจิต

   ช่างมืดมิด จันทรา มาเพียงเสี้ยว

   กระต่ายน้อย  แค่แล  แม่รูปเรียว

   แม้แค่เสี้ยว หรือเต็มดวง ก็ห่วงจันทร์ฯ

   ต๋อย.( คนพเนจร )

   ๓๐ ก.ย. ๒๕๖๑ @ ๑๙.๓๐ น.

"วันสิ้นอำนาจ"

"วันสิ้นอำนาจ"

-:กลอนแปดสุภาพ:-

๐อนิจจัง  อนิจจา  ชราคาด

  หมดอำนาจ วาสนา ชะตาเอ๋ย

  คนห้อมล้อม คงไม่มี เหมือนดั่งเคย

  อาจเฉยเมย  เย็นชา  เวลาเจอฯ

๐โอ้หัวโขน   ขอถอดไว้   ไม่ใส่แล้ว

   ยามเพริดแพร้ว คนดูแล แห่เสนอ

   จะต้องการ  สิ่งอะไร  ใฝ่บำเรอ

   ต้องเลิศเลอ  สมใจ  ดังใฝ่ปองฯ

๐หมดเวลา   ภาระ   และหน้าที่

  หมดกันที่   ยศศักดิ์   จักผยอง

  ทั้งลาภยศ  ชื่อเสียง  และเงินทอง

  มันแค่ของ นอกกาย อย่าหมายเลยฯ

๐แม้กายเรา   ก็เอา   ไปไม่ได้

  แล้วจะหมาย สิ่งใด ใคร่เฉลย

  คงเหลือแต่  ชั่วกับดี  ที่เราเคย

  จะเกาะเกย  เกิดกฎ  กำหนดกรรมฯ

๒๙/๐๙/๒๕๖๐ @ ๑๑.๐๐ น. ต๋อย.(คนพเนจร)
ขอมอบแด่ผู้มีอำนาจทั้งหลาย ที่จะเกษียณอายุราชการ
ในวันที่ ๓๐ กันยายน นี้ ด้วยความปรารถนาดี.

"พิรุณ-พิโรธ"

"พิรุณ-พิโรธ"

๛กลอนแปดสุภาพ๛

๏พระพิรุณ โปรยปราย พระพายพัด

   กระเซ็นซัด  สาดนอง  ท้องถนน

   กอ ทอ มอ  ท่วมท้น  ล้นเมืองนนท์

   โอ้สายชล  ไหลมา  พาเศร้าใจฯ

๏ท่วมบ้านเรือน ล้นราด ตลาดขวัญ

   น้ำตะบัน  ปากเกร็ด  จนหมองไหม้

   แจ้งวัฒนะ   รันทด   หมดหัวใจ

   น้ำเอ่อไป   สามัคคี   มีประชาฯ

๏ทั้งขาขึ้น  ขาล่อง  น้ำนองเจิ่ง

   ชะวากเวิ้ง เวียนวน ล้นท่วมขา

   ไม่คิดเลย ขับรถล่อง ท้องธารา

   ดั่งนาวา  เคลื่อนไป  ในสายชลฯ

๏พระพิรุณ โปรยมา พาให้ทุกข์

   ไม่สนุก   น้ำนอง   ท้องถนน

   โอ้ชีวิต   เคยชื่น   รื่นกมล

   ต้องทุกข์ทน ฝนมา ธารานองฯ

29/09/2559 @ 09.15 น. ต๋อย.
 ์

" เพียง แค่ คิด ถึง " -: กาพย์ยานี ๑๑ :-

" เพียง แค่ คิด ถึง "

-: กาพย์ยานี ๑๑ :-

๐ เพียง..พิศ       จิตประหวั่น

   เพียง..แค่ฝัน   ก็รำพึง

   เพียง..มอง      ต้องตะลึง

   เพียง..คนึง      นึกถึงเธอฯ

๐ แค่..คิด           คงไม่ถึง

   แค่..รำพึง        จึงเสนอ

   แค่..ฝัน            อยากได้เจอ

   แค่..ละเมอ       จึงเผลอครวญฯ

๐ คิด..ถึง             เธอเสมอ

   คิด..ละเมอ        เธอไม่หวน

   คิด..ไป              ใจรัญจวน

   คิด..ถึงนวล        ยิ่งป่วนใจฯ

๐ ถึง..แม้               จะไกลห่าง

   ถึง..ลาร้าง           ห่างไฉน

   ถึง..แม้                 เธออยู่ไกล

   ถึง..จากไป           ยังใฝ่ปองฯ

   ต๋อย. ( คนพเนจร )

   ๒๗ ก.ย. ๒๕๖๑

"มันก็เป็นเช่นนั้นแล"

"มันก็เป็นเช่นนั้นแล"
      (Fb & Line)
-:กลอนแปดสุภาพ:-

๐ทั้งหนุ่มสาว เฒ่าชรา ภาษาโลก
  
   มีสุขโศก ตามชะตา อย่าสงสัย

   จะหนักนิด เบาหน่อย ค่อยอภัย

   ควรเข้าใจ วัยมันพา อย่าว่ากันฯ

๐ส่งดอกไม้ คติธรรม นำชีวิต

   รูปโป๊นิด เปลือยหน่อย ปล่อยใจฝัน

   รูปพระบ้าง ชีบ้าง เป็นบางวัน

   ส่งคำขวัญ ว่าฝันดี ราตรีกาลฯ

๐รุ่งอรุณ ตื่นมา เปิดหาเพื่อน

   ว่าใครเตือน ส่งความสุข สนุกสนาน

   ทั้งตลก ทั้งเศร้า เคล้าดวงมาลย์

   จะเนิ่นนาน อย่างไร ใจไม่ลืมฯ

ต๋อย.(คนพเนจร) 25/09/2560


"ก็คนมันชอบกินหอยนี่"

๐ถึงอายุ ของพี่ จะกี่รอบ

  พี่ก็ชอบ ของพี่ อย่างนี้แหละ

  เห็นของสด ของขาว มีคาวแยะ

  พี่ก็แคะ  อยากชิม  ลิ้มเนื้อในฯ