อานิสงค์ของการอ่านหนังสือสมัยเด็ก ทำให้ผมรู้จักนักเขียนนักเลงกลอนมากมายหลายคน ครั้งหนึ่งอ่านไปเจอเรื่องของ "สองกุมารสยาม" จากคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ที่เป็นเพื่อนรักกันตั้งแต่เรียนมัธยมจนแก่เฒ่ามาด้วยกันถึงทุกวันนี้ ครับผมหมายถึง "ขรรค์ชัย บุนปาน" กับ "สุจิตต์ วงศ์เทศ" ซึ่งสมัยเป็นหนุ่มถือว่าเฟี้ยวฟ้าวมากในแวดวงวรรณกรรมโดยเฉพาะเรื่อง "ชานหมากนอกกระโถน"
สมัยเรียนมัธยมหนังสือพิมพ์ที่ผมซื้ออ่านมีฉบับเดียวคือ สยามรัฐ ผมติดบทความ "ซอยสวนพลู" ของหม่อมราชวงศ์คิกฤทธิ์ ปราโมทย์ อย่างหนักไม่อ่านไม่ได้ ผลที่ได้ตามมาคือได้อ่านข้อเขียนบทความจากนักเขียนนักวิจารณ์ระดับปรมาจารย์หลายท่าน รวมทั้งขรรค์ชัย บุนปาน กับ สุจิตต์ วงศ์เทศ ก่อนที่จะมาทำหนังสือพิมพ์มติชน ขอคุยอีกนิดว่าผมได้อ่านหนังสือพิพม์มติชนรายวันฉบับแรกที่หน้ารามฯ จำได้ว่าลงจากรถเมล์ก็เห็นที่แผงหนังสือเลยโลโก้เป็นรูปกุมารสยามตามฉายา
สุจิตต์ วงศ์เทศ มาสายโบราณคดีถนัดเขียนเรื่องศิลปวัฒนธรรม เขียนนิยายเรื่อง "ขุนเดช" โด่งดังมาก ส่วน ขรรค์ชัย บุนปาน เขียนบทความและบทกวีแนวลุกทุ่งลงในหนังสือพิมพ์หลายฉบับและมีวรรณกรรมวรรคทองที่ผมชอบมากชื่อ
"จากลูกชายกำนันถึงลูกสาวผู้ใหญ่บ้าน"
๏ เลือดฝาดเอ็งเปล่งปลั่งก็ยังสาว
ลองแก่คราวขนาดยายจะไหวหรือ?
เสน่ห์ที่มิได้ทำจากน้ำมือ
สามสี่มื้อบอกตรงตรงก็คงคลาย
ข้าหลงรักก็เพราะเล็งเห็นเอ็งสวย
ปราศสิ่งช่วยเสริมให้ชวนใจหาย
วันแรกสึกออกมาก็ตาลาย
เอ็งกลับกลายเกินจริตแผกผิดคน
เรียนตัดเสื้อในเมืองเป็นเรื่องชอบ
ถูกระบอบขอบเขตของเหตุผล
เพราะคนเราไร้วิชาย่อมพาจน
ข้าไม่เถียงเอ็งด้นถูกหนทาง
สามเดือนเหมือนสามปีที่ข้าบวช
หัวใจรวดร้าวเลยยินเอ่ยอ้าง
ว่ารักชื่นสิจะชืดรสจืดจาง
เกือบแหกกลางพรรษาออกมาดู
เมื่อเห็นตาเคยซื่อกลับดื้อรั้น
ยิ่งเชื่อมั่นแน่ใจเอ็งหมายหลู่
น้ำตาแค้นตกในรินไหลพรู
อุตส่าห์สู้ห่วงหวงเท่าดวงใจ
สิ้นเอ็งแล้วข้าก็พร้อมจะยอมบ้า
ฆ่าเอ็งก็เหมือนฆ่าน้าผู้ใหญ่
ลูกกำนันบุญน้อยขอคล้อยไกล
ข้าไม่ใช่ลูกชายนายอำเภอ ! !
ขรรค์ชัย บุนปาน
Thursday, August 16, 2018
"ที่สุดของหัวใจ"
"ที่สุดของหัวใจ"
-:กลอนแปดสุภาพ:-
๐หากคืนนี้ ใจไม่แยก แหลกสลาย
จะไม่วาย คนึงนิจ จิตใฝ่ฝัน
ไม่เรรวน หวนหัก รักแจ่มจันทร์
ไม่แปรผัน มั่นอยู่ คู่กับเธอฯ
๐เป็นที่สุด ของหทัย ในใจพี่
ยอดชีวี ฤดีปัก รักเสมอ
สุดแผ่นดิน ถิ่นฟ้า พาละเมอ
ยังพร่ำเพ้อ คร่ำครวญ รัญจวนใจฯ
๐ไม่เข้าใจ เพราะเหตุใด ใยเคืองพี่
นาฏมณี ศรียุพา มาผลักไส
หากพรุ่งนี้ ยังโกรธ จะโทษใคร
ให้อภัย พี่เถิด เฉิดโฉมงามฯ
๐พี่เจ็บช้ำ มามากแล้ว แก้วตาเอ๋ย
โอ้ทรามเชย กานดา โปรดอย่าหยาม
เพราะพี่รัก เจ้าอยู่ ทุกโมงยาม
ขอนงราม โปรดอย่าทำ พี่ช้ำเลยฯ
ต๋อย.(คนพเนจร)
๑๕/๐๘/๖๑ @ ๒๐.๐๐ น.
-:กลอนแปดสุภาพ:-
๐หากคืนนี้ ใจไม่แยก แหลกสลาย
จะไม่วาย คนึงนิจ จิตใฝ่ฝัน
ไม่เรรวน หวนหัก รักแจ่มจันทร์
ไม่แปรผัน มั่นอยู่ คู่กับเธอฯ
๐เป็นที่สุด ของหทัย ในใจพี่
ยอดชีวี ฤดีปัก รักเสมอ
สุดแผ่นดิน ถิ่นฟ้า พาละเมอ
ยังพร่ำเพ้อ คร่ำครวญ รัญจวนใจฯ
๐ไม่เข้าใจ เพราะเหตุใด ใยเคืองพี่
นาฏมณี ศรียุพา มาผลักไส
หากพรุ่งนี้ ยังโกรธ จะโทษใคร
ให้อภัย พี่เถิด เฉิดโฉมงามฯ
๐พี่เจ็บช้ำ มามากแล้ว แก้วตาเอ๋ย
โอ้ทรามเชย กานดา โปรดอย่าหยาม
เพราะพี่รัก เจ้าอยู่ ทุกโมงยาม
ขอนงราม โปรดอย่าทำ พี่ช้ำเลยฯ
ต๋อย.(คนพเนจร)
๑๕/๐๘/๖๑ @ ๒๐.๐๐ น.
"สู่ทางธรรม" และ "ชีวิตมนุษย์"
"สู่ทางธรรม"
-:กลอนแปดสุภาพ:-
๐อันที่จริง แก่ชรา ภาษาโลก
อย่าไปโศก ติดอยู่ ดูไฉน
จะบวชเรียน เพียรธรรม ทำให้ใคร
เพราะเหตุใด ใยกังวล คนนินทาฯ
๐อันคำคน บ่นว่า ภาษาปาก
เพราะไม่อยาก ให้ใคร ดีเกินหน้า
มัวแต่ฟัง คนติฉิน และนินทา
หรือกลัวว่า บวชไป ต้องไกลกามฯ
๐จะบวชเรียน เพียรธรรม ตามคำสอน
จะริดรอน ละกิเลส ที่เคยหาม
จะเลิกละ อิสตรี ที่คุกคาม
ไม่ทำตาม จิตชั่ว ในตัวตนฯ
๐ถึงไม่พ้น ทุกข์เข็ญ เช่นเขาอื่น
จะเฝ้าฝืน เพียรธรรม ซ้ำฝึกฝน
จะมุ่งมั่น ภาวนา พากมล
ให้หลุดพ้น ตั้งจิต ถึงนิพานฯ
ต๋อย.(คนพเนจร)
-:กลอนแปดสุภาพ:-
๐อันที่จริง แก่ชรา ภาษาโลก
อย่าไปโศก ติดอยู่ ดูไฉน
จะบวชเรียน เพียรธรรม ทำให้ใคร
เพราะเหตุใด ใยกังวล คนนินทาฯ
๐อันคำคน บ่นว่า ภาษาปาก
เพราะไม่อยาก ให้ใคร ดีเกินหน้า
มัวแต่ฟัง คนติฉิน และนินทา
หรือกลัวว่า บวชไป ต้องไกลกามฯ
๐จะบวชเรียน เพียรธรรม ตามคำสอน
จะริดรอน ละกิเลส ที่เคยหาม
จะเลิกละ อิสตรี ที่คุกคาม
ไม่ทำตาม จิตชั่ว ในตัวตนฯ
๐ถึงไม่พ้น ทุกข์เข็ญ เช่นเขาอื่น
จะเฝ้าฝืน เพียรธรรม ซ้ำฝึกฝน
จะมุ่งมั่น ภาวนา พากมล
ให้หลุดพ้น ตั้งจิต ถึงนิพานฯ
ต๋อย.(คนพเนจร)
"ชีวิตมนุษย์"
๛กลอนแปดสุภาพ๛
๏หลบลมร้อน นอนชะอำ ฉ่ำชื่นใจ
ระลอกไร้ ชมคลื่น รื่นหรรษา
มาคนเดียว เปลี่ยวใจ ไร้กานดา
เหงาอุรา มีเพียงคลื่น ให้ชื่นชมฯ
๏เหม่อมองฟ้า ยามเย็น เห็นวิหค
บินโผผก ไปมา น่าสุขสม
ถลาร่อน พริ้วไป กับสายลม
ไม่ระทม ตรมใจ ไร้อาวรณ์ฯ
๏ชีวิตคน ชีวิตสัตว์ มีพลัดพราก
พบแล้วจาก ร้างไป ใจทอดถอน
ตอนเกิดมา มาคนเดียว อย่าอาทร
อย่านิวรณ์ ตอนตาย ก็คล้ายกันฯ
๏อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
ความชรา เวียนมา ใกล้อาสัญ
ต้องลาลับ ดับดิ้น สิ้นชีวัน
เหรียญสักอัน ก็เอาไป ไม่ได้เลยฯ
15/08/2559 @ 19.00 น. ต๋อย.
๛กลอนแปดสุภาพ๛
๏หลบลมร้อน นอนชะอำ ฉ่ำชื่นใจ
ระลอกไร้ ชมคลื่น รื่นหรรษา
มาคนเดียว เปลี่ยวใจ ไร้กานดา
เหงาอุรา มีเพียงคลื่น ให้ชื่นชมฯ
๏เหม่อมองฟ้า ยามเย็น เห็นวิหค
บินโผผก ไปมา น่าสุขสม
ถลาร่อน พริ้วไป กับสายลม
ไม่ระทม ตรมใจ ไร้อาวรณ์ฯ
๏ชีวิตคน ชีวิตสัตว์ มีพลัดพราก
พบแล้วจาก ร้างไป ใจทอดถอน
ตอนเกิดมา มาคนเดียว อย่าอาทร
อย่านิวรณ์ ตอนตาย ก็คล้ายกันฯ
๏อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
ความชรา เวียนมา ใกล้อาสัญ
ต้องลาลับ ดับดิ้น สิ้นชีวัน
เหรียญสักอัน ก็เอาไป ไม่ได้เลยฯ
15/08/2559 @ 19.00 น. ต๋อย.
"เพื่อน" (Friend)
"เพื่อน" (Friend)
-:กลอนแปดสุภาพ:-
๐โอ้สุขใด ไหนเท่า เรามีเพื่อน
ช่วยย้ำเตือน ความคิดถึง คนึงหา
ถึงมิได้ อยู่ด้วยกัน ทุกเวลา
แหงนมองฟ้า ก็จะรู้ อยู่ที่ใดฯ
๐ จะอยู่ใกล้ หรือไกล ใจก็คิด
ส่งดวงจิต ฝากลม ชมไปให้
เพื่อนบางคน มาพราก จากเราไป
แต่ในใจ ยังคิดถึง คนึงครวญฯ
๐ เพื่อนที่อยู่ ทุกคน ควรรู้ว่า
วันเวลา ผ่านไป ไม่มีหวล
จะโกรธแค้น เคืองกัน มันมิควร
เวลาจวน หมดแล้ว นะแก้วตาฯ
๐ จัดสังสรรค์ วันใด ควรไปบ้าง
อย่าลาร้าง คิดไว้ ไปคราวหน้า
เพราะวันนี้ ยังพอ มีเวลา
แต่วันหน้า อาจไม่มี ชีวีกันฯ
ต๋อย.(คนพเนจร)
๑๔/๐๘/๖๑ @๑๘.๐๐ น.
" สุ ข ใ ห้ เ ป็ น " นิรุตต์ ศิริจรรยา
. . " สุ ข ใ ห้ เ ป็ น " . .
เมื่อใดที่เรา" โมโห .. ลองนั่งนิ่งๆ
ทบทวนดูว่า .. เวลาที่เหลืออยู่ในชีวิตนี้ .. มีอยู่อีกสักกี่วัน ใยเสียเวลา .. ไปเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง ...
เมื่อใดที่เรา" กลัดกลุ้ม .. ลองสุดลมหายใจลึกๆ
ทบทวนดูว่า .. ชีวิตนี้มันมีแต่ลดกับลด
ปฏิทิน" ที่ฉีกไปในวันนี้ .. กำลังบอกเรา" ว่า ...
เวลาของเรา .. ลดไปอีกวันหนึ่งแล้ว ...
การได้พบหน้ากัน .. ในวันนี้
หมดโอกาสได้เจอกัน .. ไปอีกครั้งหนึ่งแล้ว
แล้ว... เรา" จะกลัดกลุ้ม .. ในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องไปทำไม.??
ไม่มีใครถูก" ไม่มีใครผิด .. มีแต่ถูกใจ" หรือไม่ถูกใจ
คนที่เรา" ถูกใจต่อให้ .. เค้าทำผิดเรา" ก็ไม่รู้สึกโกรธ
คนที่เรา" ไม่ถูกใจ .. ต่อให้เค้าทำถูก เรา" ก็ยังขวางตาขวางใจ เพราะฉะนั้น ... อย่าไปอาฆาตพยาบาทใคร.?? เค้าเลย
เมื่อใดที่ใครบางคน .. ทำให้เรา" เจ็บปวดใจ
ลองปล่อยให้มันเป็นไป .. ทบทวนดูสิว่า ...
ชีวิตนี้... ไม่มีใครอยู่ยงคงกระพัน คนที่มีชื่อเสียง คนที่รวยล้นฟ้า
หรือ... คนที่รัก" กัน .. ปานจะกลืนกินในอดีต วันนี้เหลือไว้แต่ชื่อ ...
สุดท้าย .. เรา" ก็แค่คน .. ที่เคยมาเยือนโลกใบนี้
ต่อให้เรา" แค้น .. เรา" ก็ต้องไป... จากโลกนี้
ต่อให้เรา" อาลัยอาวรณ์ เรา" ก็ต้องจากโลกนี้ไป .. ในสักวันหนึ่ง
เมื่อใดที่เรา"รู้สึกไม่พอใจ...ลองไตร่ตรองดู
ไม่มีใคร.?? ครอบครองสิ่งใด .. ในโลกนี้ได้ตลอดไป
เรา"อาจไม่รวยล้นฟ้า..เหมือนเศรษฐีมีเงิน
แต่... เรา" อาจมีความสุขอันเรียบง่าย .. ที่เศรษฐีโหยหาก็เป็นได้
และ... เรา" ยังแข็งแรงมากกว่า .. คนที่นอนป่วยอยู่ตามโรงพยาบาล
เรา .. โชคดีกว่า... คนอื่นๆ อีกมากเพียงใด
เรา..จงจำไว้..
“มองล่างเราเหลือ .. มองเหนือเราขาด”
ฉะนั้นเราอย่าไปทำตัวเหมือน สุนัขมอง
เครื่องบินเลยนะ
เมื่อใดที่เรา" ถูกเอารัดเอาเปรียบ .. ลองปล่อยวางดูบ้าง
พูดมากจะเสียมิตร .. คิดเล็กคิดน้อย..จะเสียกำลังใจ
เรา จงจำไว้
“เงยหน้าไม่อายฟ้า...ก้มหน้าไม่อายดิน”
แค่นี้ ... ก็เพียงพอให้เรา “สุขใจได้แล้ว”...
วันนี้... ยังกินข้าวได้ .. ยังนอนหลับได้ .. ยังมีเสื้อผ้าให้สวมใส่ ยังไปเที่ยวได้ .. ยังมีคนอยู่รอบกาย .. ยังอ่านหนังสือได้ อ่านเฟสเล่นไลน์ได้ ..
“ความสุข" เช่นนี้อาจหาไม่ได้ง่ายๆ ...
แต่... ความเรียบง่าย .. ทำให้ชีวิต “เป็นสุข”
ตัวเรา เอ๋ย .. จงสุขให้เป็นเถอะนะ
ความสุข ณ ปัจจุบัน
Cr. บทความจากคุณ นิรุตต์ ศิริจรรยา
เมื่อใดที่เรา" โมโห .. ลองนั่งนิ่งๆ
ทบทวนดูว่า .. เวลาที่เหลืออยู่ในชีวิตนี้ .. มีอยู่อีกสักกี่วัน ใยเสียเวลา .. ไปเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง ...
เมื่อใดที่เรา" กลัดกลุ้ม .. ลองสุดลมหายใจลึกๆ
ทบทวนดูว่า .. ชีวิตนี้มันมีแต่ลดกับลด
ปฏิทิน" ที่ฉีกไปในวันนี้ .. กำลังบอกเรา" ว่า ...
เวลาของเรา .. ลดไปอีกวันหนึ่งแล้ว ...
การได้พบหน้ากัน .. ในวันนี้
หมดโอกาสได้เจอกัน .. ไปอีกครั้งหนึ่งแล้ว
แล้ว... เรา" จะกลัดกลุ้ม .. ในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องไปทำไม.??
ไม่มีใครถูก" ไม่มีใครผิด .. มีแต่ถูกใจ" หรือไม่ถูกใจ
คนที่เรา" ถูกใจต่อให้ .. เค้าทำผิดเรา" ก็ไม่รู้สึกโกรธ
คนที่เรา" ไม่ถูกใจ .. ต่อให้เค้าทำถูก เรา" ก็ยังขวางตาขวางใจ เพราะฉะนั้น ... อย่าไปอาฆาตพยาบาทใคร.?? เค้าเลย
เมื่อใดที่ใครบางคน .. ทำให้เรา" เจ็บปวดใจ
ลองปล่อยให้มันเป็นไป .. ทบทวนดูสิว่า ...
ชีวิตนี้... ไม่มีใครอยู่ยงคงกระพัน คนที่มีชื่อเสียง คนที่รวยล้นฟ้า
หรือ... คนที่รัก" กัน .. ปานจะกลืนกินในอดีต วันนี้เหลือไว้แต่ชื่อ ...
สุดท้าย .. เรา" ก็แค่คน .. ที่เคยมาเยือนโลกใบนี้
ต่อให้เรา" แค้น .. เรา" ก็ต้องไป... จากโลกนี้
ต่อให้เรา" อาลัยอาวรณ์ เรา" ก็ต้องจากโลกนี้ไป .. ในสักวันหนึ่ง
เมื่อใดที่เรา"รู้สึกไม่พอใจ...ลองไตร่ตรองดู
ไม่มีใคร.?? ครอบครองสิ่งใด .. ในโลกนี้ได้ตลอดไป
เรา"อาจไม่รวยล้นฟ้า..เหมือนเศรษฐีมีเงิน
แต่... เรา" อาจมีความสุขอันเรียบง่าย .. ที่เศรษฐีโหยหาก็เป็นได้
และ... เรา" ยังแข็งแรงมากกว่า .. คนที่นอนป่วยอยู่ตามโรงพยาบาล
เรา .. โชคดีกว่า... คนอื่นๆ อีกมากเพียงใด
เรา..จงจำไว้..
“มองล่างเราเหลือ .. มองเหนือเราขาด”
ฉะนั้นเราอย่าไปทำตัวเหมือน สุนัขมอง
เครื่องบินเลยนะ
เมื่อใดที่เรา" ถูกเอารัดเอาเปรียบ .. ลองปล่อยวางดูบ้าง
พูดมากจะเสียมิตร .. คิดเล็กคิดน้อย..จะเสียกำลังใจ
เรา จงจำไว้
“เงยหน้าไม่อายฟ้า...ก้มหน้าไม่อายดิน”
แค่นี้ ... ก็เพียงพอให้เรา “สุขใจได้แล้ว”...
วันนี้... ยังกินข้าวได้ .. ยังนอนหลับได้ .. ยังมีเสื้อผ้าให้สวมใส่ ยังไปเที่ยวได้ .. ยังมีคนอยู่รอบกาย .. ยังอ่านหนังสือได้ อ่านเฟสเล่นไลน์ได้ ..
“ความสุข" เช่นนี้อาจหาไม่ได้ง่ายๆ ...
แต่... ความเรียบง่าย .. ทำให้ชีวิต “เป็นสุข”
ตัวเรา เอ๋ย .. จงสุขให้เป็นเถอะนะ
ความสุข ณ ปัจจุบัน
Cr. บทความจากคุณ นิรุตต์ ศิริจรรยา
"วันแม่แห่งชาติ"( MOTHER DAY )
"วันแม่แห่งชาติ"
๛กลอนแปดสุภาพ๛
๏ครบเจ็ดรอบ ราชินี ศรีสยาม
ทุกเขตคาม เคารพ นบถวาย
ด้วยพระองค์ มีพระคุณ อยู่มากมาย
ทรงขวนขวาย สร้างงาน ประทานคนฯ
๏ทั้งเหนือใต้ ออกตก มิยกเว้น
ยากลำเค็ญ แค่ไหน ไปทุกหน
อยู่เคียงข้าง พระภูมินทร์ ปิ่นยุคล
ดั่งสถล มรรคา ในสาครฯ
๏ดุจธารา เคียงอยู่ คู่กับป่า
ไพรพนา ยืนยง พงสิงขร
สร้างผืนดิน แดนไทย ให้ถาวร
เป็นมารดร ของแผ่นดิน ถิ่นไทยงามฯ
๏ขอพระองค์ ทรงเจริญ พระชันษา
ไร้โรคา มีสุข ทุกข์เกรงขาม
ทุกทิวา ราตรี ศรีสำราญ
ขอกล่าวขาน ให้พระองค์ ทรงพระเจริญฯ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
นายบริพัตร ศรีธรรม 12/08/2559 @ 08.30 น.
๛กลอนแปดสุภาพ๛
๏ครบเจ็ดรอบ ราชินี ศรีสยาม
ทุกเขตคาม เคารพ นบถวาย
ด้วยพระองค์ มีพระคุณ อยู่มากมาย
ทรงขวนขวาย สร้างงาน ประทานคนฯ
๏ทั้งเหนือใต้ ออกตก มิยกเว้น
ยากลำเค็ญ แค่ไหน ไปทุกหน
อยู่เคียงข้าง พระภูมินทร์ ปิ่นยุคล
ดั่งสถล มรรคา ในสาครฯ
๏ดุจธารา เคียงอยู่ คู่กับป่า
ไพรพนา ยืนยง พงสิงขร
สร้างผืนดิน แดนไทย ให้ถาวร
เป็นมารดร ของแผ่นดิน ถิ่นไทยงามฯ
๏ขอพระองค์ ทรงเจริญ พระชันษา
ไร้โรคา มีสุข ทุกข์เกรงขาม
ทุกทิวา ราตรี ศรีสำราญ
ขอกล่าวขาน ให้พระองค์ ทรงพระเจริญฯ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
นายบริพัตร ศรีธรรม 12/08/2559 @ 08.30 น.
"วันแม่แห่งชาติ"( MOTHER DAY )
-:กลอนแปดสุภาพ:-
๐วันแม่เวียน บรรจบ ครบอีกรอบ
ขอนบนอบ วันทา สง่าศรี
สิริกิตต์ บรมนาถ พระชนนี
ดุจมณี มารดา ประชาไทยฯ
๐ พระคุณท่าน มากมี ศรีสยาม
ทุกเขตคาม ยิ้มย่อง และผ่องใส
ทรงสร้างงาน ศิลปชีพ ประทีบไกล
คนทั่วไป ซาบซึ้ง ได้พึ่งงานฯ
๐ ทั้งป่าเขา ลำเนาไพร เคยไปทั่ว
ไม่นึกกลัว แดนดิน ถิ่นสถาน
ทั้งเหนือใต้ ทักษิณ ถิ่นกันดาร
ทรงประทาน ความสุข ไม่ทุกข์กายฯ
๐ ขอพระองค์ ทรงเจริญ พระชันษา
สุขกายา โรคา จงห่างหาย
อีกทุกข์โศก เทวษใจ ให้คลี่คลาย
ทรงสบาย ขอพระองค์ ทรงพระเจริญฯ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพเจ้า นายบริพัตร ศรีธรรม
ประพันธ์ถวายเทิดพระเกียรติ
๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๑
-:กลอนแปดสุภาพ:-
๐วันแม่เวียน บรรจบ ครบอีกรอบ
ขอนบนอบ วันทา สง่าศรี
สิริกิตต์ บรมนาถ พระชนนี
ดุจมณี มารดา ประชาไทยฯ
๐ พระคุณท่าน มากมี ศรีสยาม
ทุกเขตคาม ยิ้มย่อง และผ่องใส
ทรงสร้างงาน ศิลปชีพ ประทีบไกล
คนทั่วไป ซาบซึ้ง ได้พึ่งงานฯ
๐ ทั้งป่าเขา ลำเนาไพร เคยไปทั่ว
ไม่นึกกลัว แดนดิน ถิ่นสถาน
ทั้งเหนือใต้ ทักษิณ ถิ่นกันดาร
ทรงประทาน ความสุข ไม่ทุกข์กายฯ
๐ ขอพระองค์ ทรงเจริญ พระชันษา
สุขกายา โรคา จงห่างหาย
อีกทุกข์โศก เทวษใจ ให้คลี่คลาย
ทรงสบาย ขอพระองค์ ทรงพระเจริญฯ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพเจ้า นายบริพัตร ศรีธรรม
ประพันธ์ถวายเทิดพระเกียรติ
๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๑
ของปีนี้ครับสดๆ ร้อนๆ เลยครับ
น้อมกราบคุณแม่"
-:กลอนแปดสุภาพ:-
๐มลิหอม น้อมวาง ลงกลางตัก
แทนความรัก น้อมนบ จบเกศา
ก้มลงกราบ แทบเท้า ของมารดา
เปล่งวาจา บูชาคุณ อุ่นทรวงในฯ
๐ขอเทพไท้ เทวา ในหล้าโลก
คลายวิโยค โรคา พลาสัย
ให้คุณแม่ เบิกบาน ชื่นฉ่ำใจ
สุขสดใส สบายจิต นิจนิรันดร์ฯ
๐ลูกมากราบ บูชา มารดาแล้ว
โอ้ดวงแก้ว งามเลิศ แสนเฉิดฉันท์
พระคุณแม่ มากล้น พ้นรำพัน
เป็นมิ่งขวัญ ของบุตร สุดบรรยายฯ
๐อันพระอื่น หมื่นแสน ในแดนหล้า
ขอบูชา พระองค์นี้ ไม่หนีหาย
จะคล้องไว้ อิงแอบ แนบใจกาย
จะไม่คลาย ไออุ่น คุณมารดาฯ
ต๋อย.(คนพเนจร)
๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๑ @ ๑๗.๓๐ น.
น้อมกราบคุณแม่"
-:กลอนแปดสุภาพ:-
๐มลิหอม น้อมวาง ลงกลางตัก
แทนความรัก น้อมนบ จบเกศา
ก้มลงกราบ แทบเท้า ของมารดา
เปล่งวาจา บูชาคุณ อุ่นทรวงในฯ
๐ขอเทพไท้ เทวา ในหล้าโลก
คลายวิโยค โรคา พลาสัย
ให้คุณแม่ เบิกบาน ชื่นฉ่ำใจ
สุขสดใส สบายจิต นิจนิรันดร์ฯ
๐ลูกมากราบ บูชา มารดาแล้ว
โอ้ดวงแก้ว งามเลิศ แสนเฉิดฉันท์
พระคุณแม่ มากล้น พ้นรำพัน
เป็นมิ่งขวัญ ของบุตร สุดบรรยายฯ
๐อันพระอื่น หมื่นแสน ในแดนหล้า
ขอบูชา พระองค์นี้ ไม่หนีหาย
จะคล้องไว้ อิงแอบ แนบใจกาย
จะไม่คลาย ไออุ่น คุณมารดาฯ
ต๋อย.(คนพเนจร)
๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๑ @ ๑๗.๓๐ น.
Saturday, August 11, 2018
กลอนวันแม่
"คิดถึงแม่"
-:กลอนแปดสุภาพ:-
๐จากไปแล้ว มารดา แก้วตาลูก
เคยพันผูก เลี้ยงลูกมา ชะตาเอ๋ย
ตั้งแต่เล็ก จนใหญ่ ได้ชมเชย
แม่ไม่เคย ทิ้งลูกไป จนไกลตาฯ
๐มาครานี้ แม่คนดี มาหนีจาก
พรหมมาพราก แม่ไป อาลัยหา
กรรมลิขิต กำหนดไว้ พิรัยลา
เป็นชะตา ฟ้ากำหนด ตามกฎเกณฑ์ฯ
๐คิดถึงแม่ คราใด ใจแทบขาด
เหมือนฟ้าพาด บังไว้ ไม่ให้เห็น
เกิดชาติหน้า ฉันใด ใคร่ขอเป็น
ขอให้เห็น ขอให้พบ ประสบกันฯ
๐ขอตั้งจิต อธิษฐาน สาบานไว้
ขอให้ได้ เป็นแม่ลูก ผูกใจฝัน
พระคุณแม่ เลิศล้น พ้นรำพัน
ขอให้ท่าน สู่ชั้นฟ้า สภาพรฯ
ต๋อย.(คนพเนจร)
๑๐/๐๘/๖๑ @ ๑๖.๐๐ น.
-:กลอนแปดสุภาพ:-
๐จากไปแล้ว มารดา แก้วตาลูก
เคยพันผูก เลี้ยงลูกมา ชะตาเอ๋ย
ตั้งแต่เล็ก จนใหญ่ ได้ชมเชย
แม่ไม่เคย ทิ้งลูกไป จนไกลตาฯ
๐มาครานี้ แม่คนดี มาหนีจาก
พรหมมาพราก แม่ไป อาลัยหา
กรรมลิขิต กำหนดไว้ พิรัยลา
เป็นชะตา ฟ้ากำหนด ตามกฎเกณฑ์ฯ
๐คิดถึงแม่ คราใด ใจแทบขาด
เหมือนฟ้าพาด บังไว้ ไม่ให้เห็น
เกิดชาติหน้า ฉันใด ใคร่ขอเป็น
ขอให้เห็น ขอให้พบ ประสบกันฯ
๐ขอตั้งจิต อธิษฐาน สาบานไว้
ขอให้ได้ เป็นแม่ลูก ผูกใจฝัน
พระคุณแม่ เลิศล้น พ้นรำพัน
ขอให้ท่าน สู่ชั้นฟ้า สภาพรฯ
ต๋อย.(คนพเนจร)
๑๐/๐๘/๖๑ @ ๑๖.๐๐ น.
"วันแม่แห่งชาติ"
-:กลอนแปดสุภาพ:-
๐ในวาระ ดิถี ที่บรรจบ
ราชสมภพ ราชินี ศรีสยาม
สิริกิต์ ทรงเกียรติก้อง ระบือนาม
ทุกเขตคาม ลือไกล ในโลกาฯ
๐ไท้ทรงเป็น คู่ใจ หทัยราชย์
ไท้องอาจ เสด็จไป ทุกทิศา
เหนือจดใต้ อีสาน ท่านก็มา
ปวงประชา เคารพ อบภิวันท์ฯ
๐แปดสิบสอง พระพรรษา มหาฤกษ์
ทรงเกียรติเกริก เบิกฟ้า นภาสวรรค์
ให้ท่านทรง สุขเกษม เปรมชีวัน
หฤหรรษ์ เริงรื่น ชื่นพระทัยฯ
๐อายุยืน ร้อยปี อย่ามีโศก
ปราศจากโรค โรคา พลาใส
เป็นมิ่งขวัญ พารา ประชาไทย
ขออวยชัย ให้ยืนยง ทรงพระเจริญฯ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า นายบริพัตร ศรีธรรม.
11 สิงหาคม 2557
-:กลอนแปดสุภาพ:-
๐ในวาระ ดิถี ที่บรรจบ
ราชสมภพ ราชินี ศรีสยาม
สิริกิต์ ทรงเกียรติก้อง ระบือนาม
ทุกเขตคาม ลือไกล ในโลกาฯ
๐ไท้ทรงเป็น คู่ใจ หทัยราชย์
ไท้องอาจ เสด็จไป ทุกทิศา
เหนือจดใต้ อีสาน ท่านก็มา
ปวงประชา เคารพ อบภิวันท์ฯ
๐แปดสิบสอง พระพรรษา มหาฤกษ์
ทรงเกียรติเกริก เบิกฟ้า นภาสวรรค์
ให้ท่านทรง สุขเกษม เปรมชีวัน
หฤหรรษ์ เริงรื่น ชื่นพระทัยฯ
๐อายุยืน ร้อยปี อย่ามีโศก
ปราศจากโรค โรคา พลาใส
เป็นมิ่งขวัญ พารา ประชาไทย
ขออวยชัย ให้ยืนยง ทรงพระเจริญฯ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า นายบริพัตร ศรีธรรม.
11 สิงหาคม 2557
“แม่สบายดีรึจ๊ะ”
สตรีร่างเล็กที่นั่งบรรจงรอยดอกไม้อยู่ในภาพนี้อาจเป็นเพียงหญิงธรรมดาสามัญคนหนึ่งในสายตาของคนบางคนผู้ไม่รู้จักคุ้นเคย แต่แท้จริงแล้วสมบัติที่ท่านได้มอบไว้ให้แก่ชาติไทยของเราชิ้นหนึ่งนั้นมีค่ายิ่ง เพราะสตรีในภาพคือเจ้าจอมมารดาชุ่มผู้นี้เป็นชนนีในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทยผู้เปี่ยมด้วยพระเกียรติคุณอันเนื่องมาจากผลงานที่เป็นพระกรณียกิจซึ่งมีปริมาณมหาศาลประมาณมิได้
เจ้าจอมมารดาชุ่มเป็นธิดาของพระยาอัพภันตริกามาตย์ (ดิศ โรจนดิศ) ผู้เป็นมหาดเล็กข้าหลวงเดิมในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ รัชกาลที่3มีผู้มาชักจูงแนะนำท่านไปรับราชกาลกับเจ้านายพระองค์อื่นจะให้มียศศักดิ์เป็นใหญ่เป็นโตท่านก็ไม่ยอมไปตอบแต่เพียงว่า”ไม่ขอเป็นข้าสองเจ้า”
สมัครจะเป็นข้าอยู่กับพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเพียงพระองค์เดียว
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ฯ ถึงกับออกพระโอษฐ์ว่า บรรดาข้าหลวงเดิมคนอื่นนั้น เห็นผู้อื่นมีบุญก็มักเอาใจออกห่าง เคยเห็นใจมาเสียเเล้ว จะไม่เป็นเช่นนั้น ก็แต่อ้ายเฒ่าดิศ (กับใครอีกสองคน) เท่านั้น
เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวขึ้นดำรงฉัตรเป็นพระมหากษัตริย์ของสยามประเทศ พระยาอัพภันตริกามาตย์ จึงนำธิดาของตนเข้าเฝ้าถวายตัวทำราชการฝ่ายในตามประเพณีมีเจ้าจอมมารดาเที่ยงผู้พี่และเจ้าจอมมารดาชุ่มผู้น้อง เป็นต้น คุณจอมมารดาชุ่มมีพระโอรสเพียงพระองค์เดียวคือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอที่ออกพระนามแล้วนั้นข้างต้น
หม่อมเจ้าหญิงพูนพิสมัย ดิศกุล พระธิดาของสมเด็จ ฯ ทรงเล่าว่าเมื่อสมเด็จ ฯ ยังทรงเป็นแต่เพียงพระเจ้าลูกเธอชั้นเล็กในรัชกาลที่ ๔ โดยปกติแล้วจะได้ขึ้นเฝ้าสมเด็จพระบรมชนกนาถกับเจ้าจอมมารดา ครั้นเจ้าจอมมารดาเที่ยงซึ่งเป็นผู้ทำหน้าที่เจ้าจอมอยู่งานตั้งเครื่องถวายล้มเจ็บเจ้าจอมมารดาชุ่มได้เป็นผู้ตั้งเครื่องแทน สมเด็จฯ ทรงตามเข้าไปยืนเกาะโต๊ะเสวยซึ่งมีขนาดสูงราวพระเศียรแล้วตรัสกับคุณมารดาในเวลานั้น พระราชบิดาทรงลูบพระเศียร แล้วตรัสกับคุณมารดาว่า “ลูกคนนี้จะเป็นที่พึ่งของเอได้ต่อไป”
แต่ทั้งๆ ที่เป็นพระโอรสของคุณเจ้าจอมฯ เพียงพระองค์เดียว คุณจอมมารดาชุ่มก็ไม่เคยตามพระทัยสมเด็จฯ ในทางที่ผิดเลย หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย ทรงบันทึกไว้อีกตอนหนึ่งว่า
“คุณย่าไม่เคยตามพระทัยเลย คำสั่งเด็ดขาดนั้นคือ ปด ไม่ได้ ถ้าผิดต้องรับโดยดีว่าผิด มิฉะนั้นจะถูกตีมาก เสด็จไปไหนมาไหนก็ต้องมาเล่าให้แม่ฟังว่า เห็นอะไร ทำอะไรบ้าง ทรงเล่าว่า วันหนึ่งตามเสด็จออกไปข้างหน้า พบปากกาแก้วน้ำใสสี ๆ ตกอยู่ตรงขั้นบันไดก็ทรงเก็บเอามาเพราะโปรดเสียเหลือเกิน แต่พอถึงตำหนักคุณย่าก็ถามว่าเอามาจากไหน ? ท่านก็บอกความจริง แต่คุณย่าออกคำสั่งว่าให้กลับเอาไปวางไว้ที่เดิมเดี๋ยวนั้น ทรงเล่าว่าเสียดายเป็นกำลัง แต่ก็ต้องเอากลับไป ส่วนการเสวยก็ดีบรรทมก็ดี คุณย่าเลี้ยงอย่างอุดมสมบูรณ์ไม่เคยอดยาก เข้มงวดแต่ในเรื่องศีลธรรมและการงาน ”
ผลจากการอบรมอย่างเคร่งครัดของพระมารดาเช่นนี้ ทำให้สมเด็จฯ ผู้ทรงเป็นพระโอรสทรงพระเจริญขึ้นเป็นพระบรมวงศ์ที่งามพร้อมด้วยพระจริยวัตร และพระกรณียกิจ เจ้าจอมมารดาชุ่มผู้ทำงานสร้างทรัพยากรอันประเสริฐสุดของชาติแบบปิดทองหลังพระ ได้รับผลตอบแทนคือความชื่นใจที่พระโอรสได้เป็นที่พึ่งของท่าน สมดังพระราชดำรัสทำนายของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวไว้ทุกประการ
เมื่อสมเด็จฯ ทรงออกมาประทับที่วังวรดิศแล้ว ทรงขอให้คุณจอมมารดาชุ่มมาเป็นผู้ใหญ่อยู่ในวัง ทุกวันเวลาเช้าบรรทมตื่นแล้ว สรงพระพักตร์ แต่งพระองค์แล้วเสด็จเข้าบูชาพระบรมอัฐิในห้องพระ จากนั้นเสวยเครื่องเช้ามีนมถ้วยใหญ่แก้วหนึ่ง กาแฟนิดหน่อย ไข่และขนมปังกับผลไม้ระหว่างนั้นทรงงานไปพลางด้วย เวลาสายราว ๑๐ นาฬิกาครึ่ง เสด็จไปตำหนักใหญ่ไปเรือนคุณจอมมารดา พอเสด็จถึงก็ทรงหมอบกราบรับสั่งถามว่า “แม่สบายดีรึจ๊ะ” แล้วก็คุยกันเรื่องอื่นต่อไป บางครั้งก็ไปบอกข่าวต่างๆ บ้าง แต่อย่างไรต้องไปกราบทุกวันเวลาเช้า จนคุณจอมมารดาสิ้นบุญจึงยกเลิกกิจวัตรในข้อนี้
พวกเราลองคิดดูเถิดว่าผู้ที่เป็นมารดาจะชื่นใจสักปานใด ที่ยามเช้าของทุกวัน ลูกชายผู้เป็นสุดที่รักจะแวะมากราบลงพื้นแล้วถามว่า "แม่สบายดีรึจ๊ะ"
สตรีร่างเล็กที่นั่งบรรจงรอยดอกไม้อยู่ในภาพนี้อาจเป็นเพียงหญิงธรรมดาสามัญคนหนึ่งในสายตาของคนบางคนผู้ไม่รู้จักคุ้นเคย แต่แท้จริงแล้วสมบัติที่ท่านได้มอบไว้ให้แก่ชาติไทยของเราชิ้นหนึ่งนั้นมีค่ายิ่ง เพราะสตรีในภาพคือเจ้าจอมมารดาชุ่มผู้นี้เป็นชนนีในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทยผู้เปี่ยมด้วยพระเกียรติคุณอันเนื่องมาจากผลงานที่เป็นพระกรณียกิจซึ่งมีปริมาณมหาศาลประมาณมิได้
เจ้าจอมมารดาชุ่มเป็นธิดาของพระยาอัพภันตริกามาตย์ (ดิศ โรจนดิศ) ผู้เป็นมหาดเล็กข้าหลวงเดิมในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ รัชกาลที่3มีผู้มาชักจูงแนะนำท่านไปรับราชกาลกับเจ้านายพระองค์อื่นจะให้มียศศักดิ์เป็นใหญ่เป็นโตท่านก็ไม่ยอมไปตอบแต่เพียงว่า”ไม่ขอเป็นข้าสองเจ้า”
สมัครจะเป็นข้าอยู่กับพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเพียงพระองค์เดียว
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ฯ ถึงกับออกพระโอษฐ์ว่า บรรดาข้าหลวงเดิมคนอื่นนั้น เห็นผู้อื่นมีบุญก็มักเอาใจออกห่าง เคยเห็นใจมาเสียเเล้ว จะไม่เป็นเช่นนั้น ก็แต่อ้ายเฒ่าดิศ (กับใครอีกสองคน) เท่านั้น
เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวขึ้นดำรงฉัตรเป็นพระมหากษัตริย์ของสยามประเทศ พระยาอัพภันตริกามาตย์ จึงนำธิดาของตนเข้าเฝ้าถวายตัวทำราชการฝ่ายในตามประเพณีมีเจ้าจอมมารดาเที่ยงผู้พี่และเจ้าจอมมารดาชุ่มผู้น้อง เป็นต้น คุณจอมมารดาชุ่มมีพระโอรสเพียงพระองค์เดียวคือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอที่ออกพระนามแล้วนั้นข้างต้น
หม่อมเจ้าหญิงพูนพิสมัย ดิศกุล พระธิดาของสมเด็จ ฯ ทรงเล่าว่าเมื่อสมเด็จ ฯ ยังทรงเป็นแต่เพียงพระเจ้าลูกเธอชั้นเล็กในรัชกาลที่ ๔ โดยปกติแล้วจะได้ขึ้นเฝ้าสมเด็จพระบรมชนกนาถกับเจ้าจอมมารดา ครั้นเจ้าจอมมารดาเที่ยงซึ่งเป็นผู้ทำหน้าที่เจ้าจอมอยู่งานตั้งเครื่องถวายล้มเจ็บเจ้าจอมมารดาชุ่มได้เป็นผู้ตั้งเครื่องแทน สมเด็จฯ ทรงตามเข้าไปยืนเกาะโต๊ะเสวยซึ่งมีขนาดสูงราวพระเศียรแล้วตรัสกับคุณมารดาในเวลานั้น พระราชบิดาทรงลูบพระเศียร แล้วตรัสกับคุณมารดาว่า “ลูกคนนี้จะเป็นที่พึ่งของเอได้ต่อไป”
แต่ทั้งๆ ที่เป็นพระโอรสของคุณเจ้าจอมฯ เพียงพระองค์เดียว คุณจอมมารดาชุ่มก็ไม่เคยตามพระทัยสมเด็จฯ ในทางที่ผิดเลย หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย ทรงบันทึกไว้อีกตอนหนึ่งว่า
“คุณย่าไม่เคยตามพระทัยเลย คำสั่งเด็ดขาดนั้นคือ ปด ไม่ได้ ถ้าผิดต้องรับโดยดีว่าผิด มิฉะนั้นจะถูกตีมาก เสด็จไปไหนมาไหนก็ต้องมาเล่าให้แม่ฟังว่า เห็นอะไร ทำอะไรบ้าง ทรงเล่าว่า วันหนึ่งตามเสด็จออกไปข้างหน้า พบปากกาแก้วน้ำใสสี ๆ ตกอยู่ตรงขั้นบันไดก็ทรงเก็บเอามาเพราะโปรดเสียเหลือเกิน แต่พอถึงตำหนักคุณย่าก็ถามว่าเอามาจากไหน ? ท่านก็บอกความจริง แต่คุณย่าออกคำสั่งว่าให้กลับเอาไปวางไว้ที่เดิมเดี๋ยวนั้น ทรงเล่าว่าเสียดายเป็นกำลัง แต่ก็ต้องเอากลับไป ส่วนการเสวยก็ดีบรรทมก็ดี คุณย่าเลี้ยงอย่างอุดมสมบูรณ์ไม่เคยอดยาก เข้มงวดแต่ในเรื่องศีลธรรมและการงาน ”
ผลจากการอบรมอย่างเคร่งครัดของพระมารดาเช่นนี้ ทำให้สมเด็จฯ ผู้ทรงเป็นพระโอรสทรงพระเจริญขึ้นเป็นพระบรมวงศ์ที่งามพร้อมด้วยพระจริยวัตร และพระกรณียกิจ เจ้าจอมมารดาชุ่มผู้ทำงานสร้างทรัพยากรอันประเสริฐสุดของชาติแบบปิดทองหลังพระ ได้รับผลตอบแทนคือความชื่นใจที่พระโอรสได้เป็นที่พึ่งของท่าน สมดังพระราชดำรัสทำนายของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวไว้ทุกประการ
เมื่อสมเด็จฯ ทรงออกมาประทับที่วังวรดิศแล้ว ทรงขอให้คุณจอมมารดาชุ่มมาเป็นผู้ใหญ่อยู่ในวัง ทุกวันเวลาเช้าบรรทมตื่นแล้ว สรงพระพักตร์ แต่งพระองค์แล้วเสด็จเข้าบูชาพระบรมอัฐิในห้องพระ จากนั้นเสวยเครื่องเช้ามีนมถ้วยใหญ่แก้วหนึ่ง กาแฟนิดหน่อย ไข่และขนมปังกับผลไม้ระหว่างนั้นทรงงานไปพลางด้วย เวลาสายราว ๑๐ นาฬิกาครึ่ง เสด็จไปตำหนักใหญ่ไปเรือนคุณจอมมารดา พอเสด็จถึงก็ทรงหมอบกราบรับสั่งถามว่า “แม่สบายดีรึจ๊ะ” แล้วก็คุยกันเรื่องอื่นต่อไป บางครั้งก็ไปบอกข่าวต่างๆ บ้าง แต่อย่างไรต้องไปกราบทุกวันเวลาเช้า จนคุณจอมมารดาสิ้นบุญจึงยกเลิกกิจวัตรในข้อนี้
พวกเราลองคิดดูเถิดว่าผู้ที่เป็นมารดาจะชื่นใจสักปานใด ที่ยามเช้าของทุกวัน ลูกชายผู้เป็นสุดที่รักจะแวะมากราบลงพื้นแล้วถามว่า "แม่สบายดีรึจ๊ะ"
Subscribe to:
Posts (Atom)




