Tuesday, March 16, 2021

"เกาะนางยวน" "พายเรือให้โจรนั่ง" "เกาะสิเหร่ ภูเก็ต

 "เกาะนางยวน"


-:กลอนแปดสุภาพ:-


💕เกาะนางยวน ชวนใจ ใครคนหนึ่ง


        ยังตราตรึง    ซึ้งอยู่     ไม่รู้หาย


            ลมซัดคลื่น มองเห็น เป็นประกาย


                แล้วสลาย   หายลับ   ไปกับตาฯ


💓ธรรมชาติ   สวยงาม   ยามได้เห็น


        ดุจดังเป็น  แดนสวรรค์  สุขหรรษา


            ใครสรรสร้าง    เอาไว้    ให้นำพา   

          

                สุดสรรหา คำถ้อย มาร้อยเรียงฯ


💖ได้ประสบ   พบเจอ   ละเมอถึง


         ยังรำพึง ถึงคลื่นลม ที่ส่งเสียง  

            

             ยามซัดซาด พื้นฝั่ง สั่งสำเนียง


                  ว่าจะเคียง  ฝั่งอยู่  มิรู้คลายฯ


💘พี่จากไกล  ลาร้าง  นางยวนแล้ว


         แต่ไม่แคล้ว   คิดไป   แล้วใจหาย


             อีกเมื่อไหร่ จะได้เรียง เคียงคู่กาย


                 ยังไม่ตาย จะหวนกลับ มารับนางฯ


13/03/57 @ 19.09 น. ต๋อย.(คนพเนจร)


"พายเรือให้โจรนั่ง"


~กลอนแปดสุภาพ~


๐คนพายเรือ ให้โจรนั่ง ยังดีกว่า


  คนอาสา  ทำงาน  กลับพาลชั่ว


  คนที่พาย  พายไป  ใจไม่กลัว


  คนเลยมัว สงสัย ใครเป็นโจรฯ


๐บ้างสงสัย  คนนั่ง  เป็นคนชั่ว


  บ้างก็กลัว คนที่พาย ส่ายหัวโขน


  บ้างก็คิด ว่าคนพาย กลายเป็นโจร


  บ้างตะโกน  ก่นด่า  ว่าคนพายฯ


๐สรุปแล้ว  คนพาย  สบายกว่า


  คนนั่งหน้า นั่งหลัง ดังถูกขาย


  คนควบคุม เรือล่อง ต้องไม่ตาย


  ยังไม่สาย ลงจากเรือ พ้นเหยื่อกรรมฯ


๐หรือนั่งเรือ ที่โจรพาย สบายจิต


  ควรครุ่นคิด ใช้ปัญญา อย่าถลำ


  จะนั่งเรือ หรือพายเรือ เอื้ออธรรม


  เพราะทั้งลำ  จวนล่ม  จมธาราฯ


  ต๋อย.(คนพเนจร)


  ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๓


"เกาะสิเหร่  ภูเก็ต"


-:กลอนแปดสุภาพ:-


🐠เกาะสิเหร่  เสน่ห์หวน  รัญจวนจิต


         เคยใกล้ชิด  ครั้งหนึ่ง  คนึงหา


             อยู่ภูเก็ต   ภาคใต้   เคยไปมา


                 สุขหรรษา คลื่นลม นั่งชมจันทร์ฯ


🐟ถึงจากไกล  แต่ใจ  ยังห่วงหา


         ถึงจากมา  แต่ใจ  ยังใฝ่ฝัน


              เห็นเมฆน้อย ลอยลับ ทับตะวัน


                   วิหคผัน   บินโผ   โต้ลมบนฯ


🐬โอ้สวรรค์ ถิ่นแคว้น แดนเมืองใต้


          แม้จากไกล  ใคร่มา  หาอีกหน


               ยังคิดถึง  ตรึงไว้  ในกมล


                    กลับมายล เคียงคู่ อยู่กับเธอฯ


🐳อยากแลเห็น ตะวัน ลับจากฟ้า


          อยากฝันหา คลื่นลม ชมเสมอ


                อยากเห็นเดือน และดาว ที่เคยเจอ


                      อยากใกล้เธอ เคียงชิด นิจนิรันดร์


16/03/57 @ 19.29 น. ต๋อย.(คนพเนจร)



"น้ำท่วมปาก" "เปล่าเปลี่ยว" "20 บทเพลงของครูสุเทพ วงค์กำแหง" "รักปักใจ" "คอยพี่" "เปลี่ยนปี ไม่มีเธอ" “เหมันต์ที่ผ่านพ้นไป” " กิ่งฟ้า " "เห็นกงจักรเป็นดอกบัว"

 "น้ำท่วมปาก"


~กลอนแปดสุภาพ~


♠️น้ำท่วมปาก อยากบอก ไม่หลอกเจ้า


         ว่าตัวเรา   ยังภักดิ์   รักเสมอ


              อยากบอกว่า  ใจพี่  มีแต่เธอ


                   พี่ละเมอ   เพ้อพร่ำ   ร่ำรำพันฯ


♥️ไม่กล้าเอ่ย  เอื้อนไป  กลัวใครรู้


         ได้แต่ดู   เก็บรักไว้   ในใจฉัน


             เธอรู้ไหม ใครคิดถึง ทุกคืนวัน


                 แม้ไกลกัน เขาฝากใจ ไปกับลมฯ


♣️ลมรำเพย  เอ่ยวจี  แทนพี่ด้วย


         ขอลมช่วย  จูบไซร้  ให้สุขสม


              บอกเธอด้วย ชายนี้ ที่คอยชม


                   เขาขื่นขม ตรมใจ เพราะไกลเธอฯ


♦️จำนรรจ์ถ้อย ร้อยเรียง เพียงอักษร


         เป็นคำกลอน ร้อยเรียง เพียงเสนอ


              จำหลักรัก    สลักไว้    ในใจเธอ


                   เธออ่านเจอ   คงรู้   ว่าผู้ใดฯ


ต๋อย.(คนพเนจร)


02/03/57 @ 13.23 น.


"เปล่าเปลี่ยว"


-:กลอนแปดสุภาพ:-


💖นั่งคนเดียว    ไร้คู่    ดูทะเล


   แสนหว้าเหว่ มองไป ใจก็เหงา


  เห็นทะเล   ไร้คลื่นลม  ชมแต่เงา


เหมือนตัวเรา ไร้คู่ ต้องอยู่เดียวฯ


💞ลมเรื่อยเรื่อย เฉื่อยฉิว ต้องผิวเนื้อ


   ลมระเรื่อ   โลมไล้    จนกายเสียว


  ลมพัดคลื่น ลื่นลับ จับเป็นเกลียว  

 

ลมรูปเรียว เกี่ยวก้อย ร้อยธาราฯ


💓เรือน้อยลอย คอยใคร ใคร่อยากรู้


    หรือไร้คู่  คนพาย  มาหายหน้า


  จวนสายันต์ ตะวันคล้อย ลอยจากตา


ไร้คำลา  ไม่เหลือใจ  ไว้ให้กันฯ


💕ยามไร้คู่  ห่างไกล  ใจก็เศร้า


   ดุจดังเรา เหงาใจ ไร้สุขสันต์


  เหมือนนภา จวนใกล้ ไร้ตะวัน


มีแต่ฉัน ไม่มีเธอ จึงเพ้อครวญฯ


ต๋อย.(คนพเนจร)


03/03/57 @ 09.19 น.


"20 บทเพลงของครูสุเทพ วงค์กำแหง"


~ กลอนแปดสุภาพ ~


๐ คอยเธอมา   หาพี่   ฤดีเศร้า


   คืนนี้พี่ คอยเจ้า เฝ้ากำศรวล


   เสน่หา   อาลัย   ใจรัญจวน


   พี่คร่ำครวญ ห่วงหา พี่อาลัยฯ


๐ ฤาหัวหิน สิ้นมนต์รัก เคยปักจิต


   แนบสนิท   ชมชิด   พิสมัย


   รอเธอมา  หาอีก  อย่าหลีกไกล


   จงรักไว้  ในดวงจิต  นิจนิรันดร์ฯ


๐ ต้องลาชู้   สู่สม   เคยชมชื่น


   เคยระรื่น  ชื่นชม  ภิรมย์สันต์


   ม่านบังตา หรือไร จึงไกลกัน


   เพ้อรำพัน จากจำ เพราะคำคนฯ


๐ ขอฝากฟ้า  สั่งดิน  ทุกถิ่นทั่ว


   อย่าหมองมัว ให้ใจพี่ นี้สับสน


   ระฆังใจ สิ้นเสียงรัก ปักใจดล


   นฤมล  พี่จากน้อง  คงหมองใจฯ


๐ ผิดทางรัก  รักแล้ว  ดอกแก้วเอ๋ย


   ไม่นึกเลย  ฉันยังอยู่  รู้บ้างไหม


   น้ำตาคลอ  รอเธอ  ละเมอไป


   โอ้ดวงใจ  พี่รักอยู่  มิรู้คลายฯ


    ต๋อย.(คนพเนจร)


    ๔ มีนาคม ๒๕๖๓


"รักปักใจ"


💌ถึงม้วยดิน  สิ้นฟ้า  มหาสมุทร


         ไม่สิ้นสุด   คิดถึง   คนึงหา


             แม้ตะวัน   ลาลับ   กลับนภา


                 แม้จันทรา จากจร ไม่ถอนใจฯ


💓จะรักมั่น   คงไว้   ในใจพี่


        เก็บรักนี้ จนกว่า ชีพตักษัย


            จะรักเธอ   รักอยู่   คู่หทัย


                กอดเธอไว้ แนบชิด ติดกับกายฯ


💞ฟ้าเริ่มสาง สว่างแล้ว น้องแก้วเอ๋ย


         เคยชมเชย พร่ำพลอด กอดจนสาย


             ห่างแค่ไหน    ใจพี่    ไม่มีคลาย


                 ไม่สลาย  ผ่านไป  คล้ายสายลมฯ


🌝ขออาทิตย์  เป็นพยาน  ที่ขานไข


         ถึงหัวใจ    พี่นี้    จะขื่นขม


              ถึงหัวใจ  พี่นี้  จะตรอมตรม


                   จะขอชม  ชื่นชู้  มิรู้คลายฯ


ต๋อย (คนพเนจร)


๕ มีนาคม ๒๕๕๗


"คอยพี่"


~กลอนแปด~


♠️น้ำค้างพรม  ลมเย็น  เด่นนภา


         หมู่ Star  รายรอบ  ขอบบุหลัน


              คืนเดือนมืด มัวมิด ปิดแสงจันทร์


                   น้องคอยวัน See You มาดูใจฯ


♥️คืนข้างแรม แซมด้วยดาว สกาวฟ้า


         ไร้จันทรา   Shine แสง   ให้สุกใส


             ไม่มี Moon    ไม่มีพี่    ไม่มีใคร


                 มองทางไหน มืดมัว กลัวหลงทางฯ


♣️เผย Window ไม่เห็นเธอ ละเมอหา


         โธ่พี่จ๋า    เหตุใด    มาไกลห่าง


              โอ้Tonight เห็นMoon เพียงลางลาง


                   หรือพี่จาง ร้างเลือน เหมือนเดือนแรมฯ


♦️I'm waiting  for you รู้หรือเปล่า


        น้องปวดร้าว  ดังขิง  ที่ขาดแหนม


             ถ้า Have You  คู่ใจ   มาคอยJam


                  ก็เหมือนแยม  คู่เนย  เชยหนมปังฯ


ต๋อย.(คนพเนจร)


07/03/57 @ 17.57 น. 


"เปลี่ยนปี ไม่มีเธอ"


-:กลอนแปดสุภาพ:-


๐วันและเดีอน  ผ่านไป  จากใจฉัน


   ปีก็ผัน   ร้างไป   ไกลเสมอ


   จอลาลับ  กุนมา  พาละเมอ


   แต่ตัวเธอ  ลาไกล  ใยไม่มาฯ


๐ ทิพากร  จากจร  ตอนใกล้ค่ำ


   ตะวันต่ำ  ลาแล้ว  แนวพฤกษา


   สัญญารัก ว่าพรุ่งนี้ จะกลับมา


   ยามอุษา  ส่องแสง  แรงอีกทีฯ


๐ แต่เจ้าจาก  พี่ไป  ใยไม่กลับ


   เจ้าลาลับ  จากไกล  ในวิถี


   ไม่มีแม้   คำพร่ำ   ร่ำวจี


   เจ้าทิ้งพี่  ให้อยู่  คู่ตะวันฯ


๐ ตะวันมี ดวงเดียว เคยเกี่ยวรัก


   ตะวันพัก  ยามทิวา  ให้ล่าฝัน


   พี่แค่เพียง หวังปอง แค่มองกัน


   ได้แต่ฝัน  เปลี่ยนปี  ไม่มีเธอฯ


   ต๋อย. (คนพเนจร)


   ๘ มีนาคม ๒๕๖๒ @ ๐๙.๕๔ น.


“เหมันต์ที่ผ่านพ้นไป”


~กลอนแปดสุภาพ~


๐ยามเหมันต์   ผ่านพ้น   พี่ทนเศร้า


   เหมือนรักเรา  ผ่านไป  อาลัยเหลือ


   ดุจใบไม้   บานร่วง   หล่นจากเครือ


   หล่นลงเรือ  ริมธารา  คราสายัณห์ฯ


๐น้ำตาริน   ท่วมใจ   อาลัยรัก


   หัวอกหัก  เพราะรัก  หักใจฉัน


   เหลือไว้เพียง น้ำตา ยามลากัน


   ต้องจาบัลย์ สูญรัก เคยปักทรวงฯ


๐โอ้เหมันต์  อย่าผ่านมา  หาข้าอีก


   ข้าขอหลีก   ลี้ไกล  ใจไม่หวง


   ข้าต้องช้ำ เพราะเหมันต์ นั้นมาลวง


   ให้เจ็บทรวง  เจ็บช้ำ  ระกำใจฯ


๐ขอเหมันต์  ผ่านไป  ให้ไกลเถิด


   จะบรรเจิด   ชื่นจิต   พิสมัย


   อย่ากลับมา  หาอีก  ขอหลีกไกล


   ช้ำหทัย   ถ้าเหมันต์  กลับผันมาฯ


   ต๋อย.(คนพเนจร)


   ๙ มีนาคม  ๒๕๖๔


" กิ่งฟ้า "


-:กลอนแปดสุภาพ:-


๐ พอสิ้นแสง  สุริยัน  จันทร์กระจ่าง


   ฟ้าสว่าง  ด้วยจันทรา  พาสุขสม


   ดาวล้อมเดือน เกลื่อนนภา น่าชื่นชม


   เมฆลอยลม  พรมปู  คู่แสงจันทร์ฯ


๐ อยากเก็บดาว  บนนภา  ท้องฟ้ากว้าง


   เก็บมาวาง   เรียงไว้   ในใจฉัน


   ดาวเคียงเดือน เตือนอยู่ เป็นคู่กัน


   แต่ใจฉัน   ฝันอยู่   แต่ผู้เดียวฯ


๐ ขอบฟ้ากว้าง ขวางสลัก รักของพี่


   ขอบฟ้านี้   สูงไกล   จนใจเสียว


   อยากจะเด็ด ดอกฟ้า มากลมเกลียว


   อยากจะเกี่ยว   กิ่งฟ้า   มาภิรมย์ฯ


๐ แต่บุญพี่   มีน้อย   แค่คอยหา


   มองกิ่งฟ้า  แสนไกล  ใจขื่นขม


   หรือกิ่งฟ้า   ช่อนี้   มีคนชม


   ได้ดอมดม เพียงลม ผ่านพรมมาฯ


   ต๋อย.(คนพเนจร)


   ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๒ @ ๑๘.๑๕ น.


"เห็นกงจักรเป็นดอกบัว"


~ กลอนแปดสุภาพ ~


๐ สกุณา    คือนก    ที่ผกผิน


   ชอบโบยบิน เที่ยวไป ในเวหา


   ส่วนมัจฉา ชาวบ้าน เรียกว่าปลา


   แหวกธารา  ว่ายวน  ชลธารฯ


๐ สองสัตว์สิ่ง  ชอบอยู่  อิสระ


   ไม่ควรจะ   ขังไว้   ให้อาหาร


   จะเลี้ยงสัตว์ สิ่งใด ต้องประมาณ


   จะยากนาน  มีบาป  อาบกายาฯ


๐ เหมือนคนชอบ ตกปลา หาความสุข


   บอกสนุก   สุขสันต์   และหรรษา


   คิดว่าการ   ตกปลา   เป็นกีฬา


   มิได้ฆ่า   แค่สนุก   ปลุกอารมณ์ฯ


๐ คนที่เห็น  แก่ตัว  ไม่กลัวบาป


   หัวใจหยาบ  ดวงจิต  คิดไม่สม


   ยามสูญเสีย  ของรัก  จักระทม


   จะตรอมตรม ดับดิ้น ก่อนสิ้นใจฯ


   ต๋อย.(คนพเนจร)


   ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๓

"เงาไม้ Shadow of Tree" "อดีตที่ผ่านไป" " ปฏิธาน " "เดียวดาย" "จากเพชรบูรณ์ ถึงเพชรบุรี" "วันมาฆบูชา" “ นาวีภิรมย์ “ "ทางชีวิต" "ต.คลองวาฬ จ.ประจวบคิรีขันธ์" "หาดอ่าวยาง"

 "เงาไม้ Shadow of Tree"


(กาพย์ยานี ๑๑)


🌜แสงจันทร์นวล ชวนมอง


     แสงจันทร์ส่อง ท้องนภา


     แสงจันทร์ งามจับตา


     แสงจันทรา สวยจับใจฯ


🌴มองเห็น เงาในน้ำ


     เงาสีดำ ทอดออกไป


     เงานั้น เงาอะไร


     อ๋อเงาไม้ ริมฝั่งชลฯ


🌛สวยเด่น โอ้แสงเดือน


     มัจฉาเกลื่อน ยามได้ยล


     แลไป ไร้ผู้คน


     ทั้งสกล และธาราฯ


🚣เรือน้อย ยังลอยล่อง


     พี่เหม่อมอง หากานดา


     แลไป จนลับตา


     จอดนาวา รอท่าเธอฯ


๒๑/๐๒/๕๗ @ ๑๐.๒๗ น. ต๋อย.(คนพเนจร)


"อดีตที่ผ่านไป"


-:กลอนตลาด:-


๐อดีตที่   ผ่านไป   จนไกลลับ


  จะให้กลับ คืนมา อย่าได้หวัง


  ผ่านไปแล้ว  เลยไป  ไม่จีรัง


  อนิจจัง   อนิจจา   ชะตาคนฯ


๐บ้างก็ทุกข์  บ้างสุข  สนุกสนาน


  เริงสราญ  พ้องเพื่อน  เยือนทุกหน


  มีเงินทอง   ใช้จ่าย   สบายตน


  ไม่เคยจน   ไร้ทุกข์   สุขทวีฯ


๐เป็นเพราะกรรม ทำมา พาเกื้อหนุน


  ช่วยเจือจุน   ให้ชีวี   มีสุขศรี


  ไปแห่งใด   ได้พบ   สบคนดี


  ตามวิถี   บุญกรรม   ที่ทำมาฯ


๐แต่ชีวิต   ของพี่   ไม่มีโชค


  มีแต่โรค  ยากจน  คนบาปหนา


  มีชีวิต    อยู่ไป    ไร้ราคา


  ยามชรา ก็ยิ่งเศร้า ยิ่งเหงาใจฯ


๐เปรียบดังไม้ ใกล้ฝั่ง จะพังล้ม


  ต้องแรงลม กรรโชก โยกไถล


  คงไม่นาน หรอกหนา ต้องลาไกล


  ทิ้งร่างไป   ลาภพ   จบชีวีฯ


22/02/2559 @ 22.42 น.  ต๋อย.(คนพเนจร)


" ปฏิธาน "


-กลอนแปดสุภาพ-


๐ขออาสา  เรื่อยไป  เพราะใจรัก


  แม้จะหนัก  แค่ไหน  ไม่เคยบ่น


  จะช่วยเหลือ  พี่พ้อง  น้องทุกคน


  จะตั้งตน   เป็นคนดี   มีวินัยฯ


๐จะไม่หวัง ลาภยศใด ให้ใจทุกข์


  จะปลอบปลุก เมืองไทย ให้สดใส


  จะปกป้อง  แผ่นดินนี้  ให้พ้นภัย


  ไม่ยอมให้   คนไม่ดี   มาบีฑาฯ


๐อนาคตใหม่  หรือเก่า  เราไม่รู้


  เป็นศัตรู  กับคนนอก  ศาสนา


  จะไม่ยอม ให้คนชั่ว มาบัญชา


  จะเทิดทูน  กษัตรา  สถาบันฯ


๐แม้ตัวตาย หมายมุ่ง ผดุงชาติ


  จะองอาจ  แน่วแน่  ไม่แปรผัน


  จะรักชาติ  ชั่วชีวิต  นิจนิรันดร์


  ตราบอาสัญ จะภักดิ์พงษ์ วงศ์จักรีฯ


  ต๋อย.(คนพเนจร)


  ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓


"เดียวดาย"


-:กลอนหก:-


🙇เดียวดาย อาดูร สูญรัก


        เศร้านัก ใจลอย คอยหา


            อยู่เดียว เปลี่ยวใจ ไกลตา


                 มองฟ้า ไร้เดือน เหมือนเราฯ


🙅หมองหม่น ทนเศร้า เหงาจิต


         ครุ่นคิด  อาลัย  ใจเหงา


              อยู่ไหน  จากไป  ไร้เงา


                   อับเฉา ร้าวรวด ปวดใจฯ


🎀หรือลืม  พี่แล้ว  แก้วเอ๋ย


         เฉยเมย  ลืมรัก  ผลักไส


             ค่ำคอย บ่ายคอย กลอยใจ


                  เหตุใด   ไม่มา   พาทีฯ


💋เคืองพี่  เรื่องใด  วานบอก


         ไม่หลอก  ไม่ลวง  โฉมศรี


              จะทำ   ตามใจ   คนดี


                   อย่าหนี  พี่ไป  ไกลเลยฯ


ต๋อย.(คนพเนจร)


24/02/57 @ 17.09 น.


"จากเพชรบูรณ์ ถึงเพชรบุรี"


-:กลอนแปดสุภาพ:-


*พเนจร  ร่อนเร่ไป  เพราะใจรัก


  เที่ยวพำนัก เรื่อยไป ในไพรกว้าง


  จะขึ้นเหนือ ล่องใต้ ไปตามทาง


  ถึงอ้างว้าง  เหงาใจ  ไม่กังวลฯ


*เพชรบูรณ์ แดนดิน ถิ่นของฉัน


  นครสวรรค์  ผ่านไป ในถนน


  สิงห์บุรี  อ่างทอง  มองเห็นคน


  แม่หน้ามล  คนดี  ศรีอยุธยาฯ


*เข้าเมืองกรุง ผ่านไป จนไกลเจ้า


  หัวใจเศร้า  นนทบุรี  พี่มองหา


  นครปฐม   ราชบุรี   พี่ผ่านมา


  โอ้กานดา คิดถึงนุช สุดอาลัยฯ


*เพชรบุรี เมืองน้ำตาล หวานใจพี่


  น้องคนดี  พี่มองหา  น้ำตาไหล


  ผ่านเขาวัง ถึงหาดเจ้า ยิ่งเศร้าใจ


  โอ้ทรามวัย  พี่คนึง  คิดถึงเธอฯ


๒๕/๐๒/๒๕๖๐ @ ๑๐.๓๐ น. ต๋อย.(คนพเนจร)


"วันมาฆบูชา"


-:กลอนแปดสุภาพ:-


๐วันมาฆะ   บูชา   มาบรรจบ


     ขอให้พบ   สิ่งดี   พบสีสรรค์


         รักษาศีล  ให้ทาน  เจือจานกัน


             จะสุขสันต์   ไร้โศก   วิโยคภัยฯ


๐โปรดอย่าเห็น แก่ตัว มัวเมาอยู่


     โปรดจงรู้   ทำจิต   ให้ผ่องใส


         จงทำดี  อย่าทำชั่ว  จะบรรลัย


             เมื่อตักษัย  ผลบุญ  ได้หนุนนำฯ


๐ชีวิตนี้    สั้นนัก    จักต้องคิด


      รักษาจิต   รักษาใจ   ไม่ถลำ


          สร้างกุศล  ทำบุญ  ไว้ประจำ


               อย่าก่อกรรม ทำชั่ว มั่วอบายฯ


๐จำหลักรัก  อักขรา  ภาษาศิลป์


      ให้ยลยิน   ความดี   ไม่หนีหาย


          จะตราตรึง แนบชิด ติดจนตาย


              ร่างสลาย คนรู้ทั่ว ชั่วนิรันดร์ฯ


๑๑/๐๒/๒๕๖๐ @ ๐๗.๓๕ น. ต๋อยครับ!


“ นาวีภิรมย์ “


กลอนแปดสุภาพ


⚓️ แม้วันนี้  ไม่มีกลอน  มาวอนว่า


      หมดเวลา   พาที   วจีสรรค์


      แต่ไม่หมด   รักที่   มีให้กัน


      ความสัมพันธ์ ยังอยู่ มิรู้เลือนฯ


⚓️ จากวันนั้น   ถึงวันนี้   ที่เราจาก


      วันที่พราก จากไกล ดังใครเฉือน


      จากหัวหิน  ครานั้น  ยังตรึงเตือน


      แม้ปีเดือน   ผ่านไป  ใจอาวรณ์ฯ


⚓️ โอ้นาวี   ภิรมย์   เคยชมชื่น


      ฟังเสียงคลื่น ลมพัด สบัดถอน


      ทะเลงาม  คลื่นลม  ชมสาคร


      ต้องจำจร  จากไป  อาลัยลาฯ


⚓️ จะจำจด   เอาไว้   ในใจนี้


      ฝั่งนที   หวลไห้   อาลัยหา


      หัวหินเอ๋ย  พี่ยังรัก  ปักอุรา


      จะกลับมา  ชื่นชม  ภิรมย์ธารฯ


      ต๋อย.(คนพเนจร)


      ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔


"ทางชีวิต"


-:กลอนแปดสุภาพ:-


๐บรรจงถ้อย อักขรา ภาษาศิลป์

  

  ให้คนยิน หลักธรรม คำพระสอน


  ว่าเกิดแก่ เจ็บตาย ไม่คลายคลอน


  จงนิวรณ์   ตั้งไว้  ในใจตนฯ


๐อย่าโลภโม โทสัน จะพลันเศร้า


  อัตตาเรา เบาปัญญา พาสับสน


  บุญหนักหนา ได้กำเหนิด เกิดเป็นคน


  ควรท่องบ่น กำหนดกรรม ทำความดีฯ


๐จะสร้างสม  สิ่งใด  ใจกำหนด


  ควรละลด  ชำระใจ  ให้สุขศรี


  สิ่งที่เห็น  เห็นแน่แท้  แต่ไม่มี


  แค่ธุลี   อย่าหวง   ห่วงอยู่เลยฯ


๐โลกียทรัพย์ นับเนื่อง ประเทืองจิต


  ไม่สถิตย์   ติดไป   ใคร่เฉลย


  อริยทรัพย์  สร้างไว้  ได้เกาะเกย


  อย่านิ่งเฉย ควรมีธรรม ไว้นำทางฯ


  ต๋อย.(คนพเนจร)


  ๒๗/๐๒/๒๕๖๑ @ ๑๘.๐๐ น.


"ต.คลองวาฬ จ.ประจวบคิรีขันธ์"


-:กลอนแปดสุภาพ:-


🌝ยามอาทิตย์ อัสดง ลงจากฟ้า


         ตะวันลา   ใกล้ลับ   ดับสลัว


             ตะวันดับ   ลับไป   ใจระรัว


                 ใจนึกกลัว ลาลับ ไม่กลับมาฯ


               🌕เมืองประจวบฯ คลองวาฬ สถานถิ่น


              เป็นแดนดิน เกาะแก่ง แหล่งมัจฉา


         เคยมีวาฬ   เวียนวก   ผกไปมา


     แหวกธารา   เคยดู   อยู่ทุกวันฯ


🐳มาบัดนี้  ไม่มีวาฬ  ผ่านให้เห็น


         เหลือชื่อเป็น ตำนาน ในความฝัน


             โอ้วาฬเอ๋ย   เหตุใด   มาไกลกัน

              

                 ขาดสัมพันธ์ ขาดสิ้น ถิ่นคลองวาฬฯ


             ⚓️วันเวลา   ผันแปร   กระแสถิ่น


            ให้ยลยิน  เปลี่ยนไป  ทุกถิ่นฐาน


       จะหมุนเวียน แปรเปลี่ยน ไปตามกาล


  เหมือนปลาวาฬ ร่ำลือ เป็นชื่อคลองฯ


27/02/57 @ 20.45 น. ต๋อยครับ!


"หาดอ่าวยาง"


~กลอนแปดสุภาพ~


♤หาดอ่าวยาง ทะเลงาม เมื่อยามเที่ยง


    ตะวันเอียง  ส่องฟ้า   นภากว้าง


    ระลอกคลื่น พริ้วไหว ไปตามทาง


    คิดถึงนาง คิดถึงนุช สุดหัวใจฯ


♡ลมพัดคลื่น รื่นรมย์

ชมชายหาด


    ทรายสอาด รับลม พรมไสว


    ทะเลกว้างมี คลื่นลม ชมเรื่อยไป


    ไม่หลับไหล ตื่นอยู่

คู่เมืองจันท์ฯ


◇มาเมืองจันท์ สุขสม ไม่ตรมจิต


   ได้ชมชิด สนิทแนบ

 แอบสวรรค์


    มีทะเล  มีภู  ดูตะวัน


    สบสุขสันต์ สันต์สุข 

ทุกทิวาฯ


♧หากมีเธอ มาด้วย จรวยรื่น


    พี่คงชื่น  หัวใจ  ดั่งใฝ่หา


    ดุจวิหค ผกผิน บินไปมา


    เหมือนมัจฉา แหวกว่าย ในสายชลฯ


    ต๋อย.(คนพเนจร)


    ๑ มีนาคม ๒๕๖๓

"ตะวันลับฟ้า" "จะจดทะเบียน บางไหนดี" "ลมหวล" "อดีตคือบทเรียน" “ รัก เธอ เสมอ “ "ฉากสุดท้าย (The last scenes)"

 "ตะวันลับฟ้า"


-:กลอนแปดสุภาพ:-


๐ ดวงตะวัน  ลับลิ่ว  ทิวแมกไม้


   เหลือเพียงสาย สีนวล ให้ชวนฝัน


     ลมสงัด   ลมหาย   คล้ายตะวัน


        ยามสายัณห์ แลงาม  อร่ามตาฯ


๐ ตะวันเอ๋ย   เหตุใด   ต้องไปจาก


   ใยมาพราก   จากไป   ให้โหยหา


      เหลือลำแสง นวลน้อย คล้อยนภา


         ตะวันลา    ฟ้าไป    ใจระทมฯ


๐ ตะวันลับ    ขอบฟ้า    นภามืด


    ตะวันจืด    ใจดำ    ทำขื่นขม


        ยามตะวัน   อำลา   ฟ้าก็ตรม


            ฟ้าระทม   ตรมใจ   ไร้ตะวันฯ


ต๋อย.(คนพเนจร)


13/02/57 @ 20.50 น.


"จะจดทะเบียน บางไหนดี"


:-กลอนแปดสุภาพ-:


๐โอ้บางรัก  รักยิ่ง  จริงจริงหรือ


  คนจึงถือ   เขตนี้   ดีหนักหนา


  ว่าไปจด  ทะเบียน  แล้วจะพา


  สุขหรรษา    สดชื่น    รื่นฤดีฯ


๐เหตุไฉน   ใยคิด   ติดที่ชื่อ


  มายึดถือ  ชื่อบาง ว่าสุขศรี


  จดบางนี้  บางไหน  ก็ไม่ดี


  ถ้าใจนี้   ไม่ซื่อ   ยึดถือกันฯ


๐ทีบางพลัด  ทำไม  ไม่ไปจด


  หรือกลัวอด พลัดไป ไกลจากฝัน


  มีอีกบาง  ก็รับจด  อยู่ทุกวัน


  แต่คนหัน  เฉไฉ  ไม่ไปเลยฯ


๐ชื่อบางจาก เพราะดี เพราะมีจาก


  อยู่ทางฟาก เมืองสมุทรฯ สุดเฉลย


  ได้ยินชื่อ   บางแล้ว   คนเฉยเมย


  โอ้ทรามเชย กลัวพราก จากสามีฯ

   

๐โอ้ว่าบาง นางนอน ซ้อนดวงจิต

   

   บางคนคิด   ชื่อไว้   ให้สุขศรี


   แต่บางบาง  ตั้งไว้  ไม่ใคร่ดี


   คนเลยหนี   ห่างเห   เฉไฉไปฯ


๐จดที่ไหน  อยู่ที่ใจ  มิใช่หรือ


   จะบางซื่อ บางซ่อน หรือตอนไหน


  ไม่เนิ่นนาน  กี่วัน  พลันจากไกล


   จะบางไหน   ก็ไม่รู้   อยู่ที่คนฯ


๐แม้บางรัก   บางบัว   กลัวไม่ยืด


   บางน้ำจืด บางน้ำเปรี้ยว ก็ไม่สน


   บางลำภู บางบุญนาค ยิ่งยากจน


   เพราะว่าคน ใจไม่ซื่อ เหมือนชื่อบางฯ


   ต๋อย (คนพเนจร)


   ๑๔/๐๒/๒๕๖๑ @ ๑๔.๔๔ น.


"ลมหวล"


(กาพย์ ยานี ๑๑)


🍃ลมหวล  ชวนให้คิด


     แนบสนิท  ชิดชวนใกล้


     ลมหวล  ครวญอาลัย


     แนบหทัย ใจใฝ่ปองฯ


🌾ลมเอย  เจ้าหวลกลับ


     ลมมารับ ใจเราสอง


     ลมหวล  มาประคอง


     ลมร่ำร้อง น้องกลับมาฯ


🌴พฤกษา  ยืนรับลม


     พฤกษาตรม ลมลับตา


     พฤกษา  ยังคอยหา


     ลมหวลมา หาอีกทีฯ


🌱เปล่าเปลี่ยว และเงียบเหงา


     พี่อับเฉา  เศร้าฤดี


     ลมจ๋า  อย่าหลีกลี้


     คิดถึงพี่ บ้างเถอะลมฯ


ต๋อย.(คนพเนจร)


๑๖/๐๒/๒๕๕๗ @ ๑๑.๑๑ น.


" เหมันต์ ที่ผ่านไป "


-:กลอนแปดสุภาพ:-


๐ อรุณร้าง  ห่างรัก  สลักหาย


   อรุณฉาย   ห่างเห   เสน่หา


   อรุณลับ  กลับไป  อาลัยลา


   อรุณมา  คราใด  ใจรัญจวนฯ


๐ ถึงยามสาย บ่ายเย็น ไม่เห็นเจ้า


   หัวใจเศร้า  เหงาใจ  อาลัยหวน


   พอยามค่ำ จันทร์ผ่อง ส่องสีนวล


   ต้องคร่ำครวญ ป่วนใจ อาลัยลาฯ


๐ ยิ่งยามดึก  ไม่มีนวล  รัญจวนจิต


   ลมสนิท   มืดมิด   ทุกทิศา


   ไม่มีดาว  ให้ยล  บนนภา


   โอ้ท้องฟ้า ไม่มีเดือน เป็นเพื่อนชมฯ


๐ เหมือนตัวพี่   ไม่มี   มณีนาฏ


   หัวใจขาด  รักใคร่  ไม่สุขสม


   ขาดคู่ชิด   คู่ชื่น   รื่นภิรมย์


   ต้องตรอมตรม ระทมอยู่ แต่ผู้เดียวฯ


   ต๋อย.( คนพเนจร )


   ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ @ ๑๙.๑๕ น.


"อดีตคือบทเรียน"


~กลอนแปดสุภาพ~


๐ อดีตผ่าน   ไปลับ   ไม่กลับแล้ว

 

   เหมือนดวงแก้ว ผ่านไป อาลัยหา


   ผ่านไปแล้ว  ไปลับ  ไม่กลับมา


   วันเวลา  ผ่านไป  ไวจริงจริงฯ


๐ จากวัยเด็ก เริ่มเรียน เพียรศึกษา


   เติบใหญ่มา ต้องพบ กับหลายสิ่ง


   ทั้งสิ่งดี   สิ่งร้าย   ไม่ประวิง


   เวลาวิ่ง  ผ่านตา  แล้วลาจรฯ


๐ อันอดีต แค่บทเรียน เพียรให้คิด


   ถ้ายึดติด   อยู่ไว้   ใจสังหรณ์


   ดุจเช่นหนัง ดูผ่านตา อย่านิวรณ์


   แค่ละคร  เรื่องหนึ่ง  เคยซึ่งใจฯ


๐ ชีวิตคน  สั้นนัก  จักต้องคิด


   ต้องทำจิต  ทำใจ  ให้ผ่องใส


   ต้องละชั่ว  ทำดี  หนีทุกข์ไกล


   ยึดธรรมไว้ ในดวงจิต นิจนิรันดร์ฯ


   ต๋อย.(คนพเนจร)


   ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓


“ รัก เธอ เสมอ “


~กลอนแปดสุภาพ~


๐กานต์กวี  วจีส่อง  ให้มองหา


  จำนรรจา ร้อยรส บทคำสรรค์


  จำเรียงถ้อย ร้อยรส บทรำพัน


  แค่กำนัล   บทกวี   พลีให้เธอฯ


๐อาจไพเราะ เกาะกินใจ ใครคนหนึ่ง


  แค่รำพึง   เพราะว่ารัก   ภักดิ์เสมอ


  ถ้าอ่านแล้ว ไม่เผลอใจ ใฝ่ละเมอ


  ก็อย่าเผลอ คร่ำครวญ รัญจวนใจฯ


๐มันเป็นแค่ บทกลอน  ตอนที่เศร้า


  อาจไม่เร้า   อารมณ์   สมสมัย


  อ่านแล้วก็  ปล่อยมัน  ผันผ่านไกล


  อ่านผ่านไป   อย่าชม   ภิรมย์เลยฯ


๐บทกวี   แค่สร้างสรร   รำพันว่า


  พรรณา   จากจิต   คิดเฉลย


  เป็นแค่เพียง ลำนำ คำพิเปรย


  แค่อยากเอ่ย ยังภักดิ์ ยังรักเธอฯ


  ต๋อย.(คนพเนจร)


  ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔



"ฉากสุดท้าย (The last scenes)"


-:กลอนแปดสุภาพ:-


๐เมื่อฉากแรก แรกรัก สลักจิต

  

  พรหมลิขิต  ให้รัก  ฝักใฝ่หา


  ฉากที่สอง   ยิ่งซึ้ง   ตรึงอุรา


  สองเราพา  สุขสม  ไม่ตรมใจฯ


๐ฉากที่สาม เริ่มเลือน ไม่เหมือนก่อน


  อกสะท้อน   รอนจิต   คิดไฉน


  พอฉากสี่ รักเคลื่อน เลือนจากไป


  รักจากไกล ไหลลับ กับสายธารฯ


๐ละครรัก   ฉากนี้   ไม่มีเจ้า


  ละครเศร้า เหงาใจ ไม่สงสาร


  ฉากเก่าเก่า เร้าฤดี มีดวงมาลย์


  งามตระการ แสดงคู่ อยู่ด้วยกันฯ


๐ฉากสุดท้าย เจ้าสลัด ตัดรักพี่


  โอ้ฉากนี้   มีทุกข์   ไม่สุขสันต์


  เปรียบชีวิต  ดั่งละคร  ย้อนรำพัน


  พระพรหมท่าน ลิขิตไว้ ให้ระทมฯ


  ต๋อย.(คนพเนจร)


  ๒๐/๐๒/๒๕๖๑ @ ๑๒.๒๑ น.


" รัก และ คิดถึง " "คอยเธอ" " เรื่องของบัว " " ม่านบังตา " "รักชั่วคราว (TEMPORARY LOVE)" "Oh Lonesome me" "หาดเจ้าสำราญ" " บุญบันดาล "

 " รัก และ คิดถึง "


-:กลอนแปดสุภาพ:-


๐ อันความรัก และคิดถึง ยังตรึงจิต


   ยังสถิต   อยู่ในใจ   ยังใฝ่หา


   ยังคิดถึง   เธออยู่   ทุกเวลา


   บุญใดพา ให้พบ ประสบกันฯ


๐ บุญให้พบ สบแล้ว มาแคล้วจาก


   กรรมใดพราก จากไป ไกลเกินฝัน


   หรือบุญน้อย กว่ากรรม จำรำพัน


   ดุจตะวัน   ลับนภา   ลาฟ้าไปฯ


๐ แม้ความรัก  จากไกล  ใจคิดถึง


   ยังคนึง   ถึงเวลา   คราสดใส


   จะเก็บรัก  เอาไว้  ในดวงใจ


   แม้ตัวไกล  แต่ใจนี้  ยังมีเธอฯ


๐ อันความรัก และคิดถึง คนึงหา


   ไกลสุดหล้า  ผวาจิต  คิดเสมอ


   จะชาตินี้ หรือชาติไหน ใฝ่บำเรอ


   ยังพร่ำเพ้อ  คิดถึงอยู่  มิรู้คลายฯ


   ต๋อย. (คนพเนจร)


   ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ @ ๒๐.๒๐ น.



"คอยเธอ" 


~กลอนหกสุภาพ~


💖คอยรัก  ปักจิต  คิดถึง


       ตราตรึง รัญจวน ครวญหา


          แรมร้าง  ห่างไป  ไกลตา


            แลหา  เงียบเหงา  เฝ้าคอยฯ


💓วันเลื่อน  เดือนผ่าน  นานนับ


       ลาลับ   กลับเศร้า   เหงาหงอย


          นั่งคิด   ถึงใคร   ใจลอย


             ใยปล่อย น้องน้อย คอยเธอฯ


💞เดือนเสี้ยว รูปเรียว เกี่ยวฟ้า


       จันทรา   เพ่งพิศ   จิตเผลอ


          วันคืน   ฝืนใจ   ใคร่เจอ


             ละเมอ   เพ้อพร่ำ   ทำใจฯ


💕ค่ำแล้ว   มืดมัว   ทั่วทิศ


        มืดมิด   ช้ำจิต   หมองไหม้


           น้องนี้   ห่วงหา   อาลัย


              รู้ไหม   ทิ้งใคร   ให้คอยฯ


                  ต๋อย.(คนพเนจร)


                      ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗


" เรื่องของบัว "


-:โคลงสี่สุภาพ:-


๐ ก้านบัว บอกลึกตื้น         ชลธาร


   บัวเมื่อยาม คลี่บาน        โผล่พ้น


   บัวตูม เฉกเช่นวาน          งามอยู่


   บัวบาน หมดงามล้น        โผล่พ้นชลธีฯ


๐ บัวมุด ผุดโผล่น้ำ             เมื่อใด


   บัวก็เปรียบ ดั่งใจ            คนเช่น


   อยู่ใน โคลนตมใย        ไม่ผุด


   เป็นเพราะใจ ซ่อนเร้น      ไม่เห็นทางธรรมฯ


๐ คนจะ พ้นทุกข์ได้             จากกรรม


   คนนั้น ต้องมีธรรม           นำไว้


   สร้างบุญ กุศลนำ             ก่อเกื้อ


   บุญกรรม ส่งผลให้          สู่ภพภูมิดีฯ


   ต๋อย.(คนพเนจร)


   ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ @ ๑๘.๔๕ น.


" ม่านบังตา "


~กลอนแปดสุภาพ~


๐ถึงเธอพราก จากไป ไกลเกินฝัน


  แต่ใจฉัน   ยังภักดิ์   รักเสมอ


  ยังซื่อตรง  คงมั่น  ฝันถึงเธอ


  ยังละเมอ เพ้อครวญ รัญจวนใจฯ


๐ถึงแม้โลก แตกสลาย ไม่คลายรัก


  หัวใจภักดิ์  เฝ้าปอง  แม้หมองไหม้


  แม้จันทร์เลือน เดือนคล้อย ลอยจากไกล


  แต่หัวใจ   ยังคนึง   คิดถึงเธอฯ


๐เธอจะอยู่  แห่งไหน  แม้ไกลห่าง


  ไม่แรมร้าง  อยู่ใน  ใจเสมอ


  ยังเฝ้ารอ  คืนวัน  ฝันละเมอ


  ยังพร่ำเพ้อ  ห่วงหา  ยังอาทรฯ


๐ดุจดารา รอจันทร์มา เพลาค่ำ


  ดาราพร่ำ เพ้อเพรียก เรียกสมร


  รู้หรือไม่  ว่าใจ  ใครร้าวรอน


  ขอเว้าวอน อย่าลาลับ จงกลับมาฯ


  ต๋อย.(คนพเนจร)


  ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓


"รักชั่วคราว (TEMPORARY LOVE)"


           -: กลอนแปดสุภาพ :-


๐โอ้ลมหนาว เวียนมา อีกคราหนึ่ง


   ครุ่นคำนึง  ถึงพุ่มพวง  ดวงสมร


   หนาวปีนี้ หนาวนัก รักคลายคลอน


   เจ้าจากจร  จรจาก  เจ้าพรากไกลฯ


๐จากปีกลาย   ปลายปี   ฤดีเศร้า


   พี่ห่างเจ้า   ทั้งอ้ายยี่   นี่ไฉน


   หนาวรอบนี้ เย็นย่ำ ฉ่ำทรวงใน


   หนาวทั้งกาย ทั้งใจ ราวปลายเดือนฯ


๐มันเป็นหนาว ชั่วคราว ดังข่าวบอก


  มันแค่หลอก  กายใจ  ดังใครเฉือน


  เพียงห้าวัน  หรอกหนา  ที่มาเยือน


  แล้วก็เลือน  หายไป  เหมือนใจคนฯ


๐อนิจจัง   อนิจจา   ที่พาซื่อ


  จะยึดถือ   ทำไม  ให้ฉงน


  ใครจะรัก จริงใจ ในเมื่อจน


  จำอดทน ช้ำนัก รักชั่วคราวฯ


10/02/2559 @ 10.15 น. ต๋อย.(คนพเนจร)


"Oh Lonesome me"


-:กลอนหกสุภาพ:-


๐อยู่เดียว  เปลี่ยวจิต  คิดถึง

  

  รำพึง   ใจลอย   คอยหา


  เคยแอบ  แนบชิด  นิทรา


  ร้างลา  จากไป  ไกลกันฯ


๐หัวใจ   ระบม   ตรมเศร้า


  หงอยเหงา  เศร้าใจ  ใฝ่ฝัน


  ยามนอน  นิทรา  จาบัลย์


  โศกศัลย์  โหยหา  อาวรณ์ฯ


๐ฝนมา   ฟ้ามัว   ทั่วทิศ


  ฟ้าปิด   จิตตรม   ลมถอน


  ลมรัก  หักหาย  คลายคลอน


  เขียนกลอน  วอนรัก  ปักใจฯ


๐เปล่าเปลี่ยว เดียวดาย กายเหงา


  อกเฉา   เศร้าซม   ตรมไหม้


  เธอมา   ลาร้าง   ห่างไกล


  รู้ไหม   ทิ้งใคร   ให้คอยฯ


  ต๋อย.(คนพเนจร)


  ๑๑/๐๒/๒๕๖๑ @ ๑๘.๓๘ น.


"หาดเจ้าสำราญ"


-:กลอนแปดสุภาพ:-


*เจ้าสำราญ สราญจิต คิดถึงเพื่อน


  ใช่ลืมเลือน เตือนจิต ยังคิดถึง


  เพียงผ่านมา ห้าทิวา พารำพึง


  ยังคนึง คิดถึงอยู่ มิรู้คลายฯ


*ถึงมีเพื่อน เหมือนพี่ ไม่มีเพื่อน


  เพราะไม่เหมือน นุชนาฏ ที่มาดหมาย


  มีเพื่อนกิน ก็ไม่เหมือน มีเพื่อนตาย


  มีเพื่อนชาย ก็ไม่เหมือน มีเพื่อนชมฯ


*โอ้หาดงาม ยามเห็น เช่นสวรรค์


  แสงตะวัน ส่องธารา พาสุขสม


  เมฆลอยเลื่อน เคลื่อนไป กับสายลม


  ทรายจ่อมจม เคล้าคลื่น รื่นฤดีฯ


*คิดถึงนุช  สุดอาลัย  ใจแทบขาด


  ดุจฟ้าฟาด  พาดใน  หทัยพี่


  รักเอ๋ยรัก หวังไออุ่น บุญไม่มี


  เจ็บฤดี  ชาตินี้ช้ำ  จำต้องลาฯ


๑๒/๐๒/๒๕๖๐ @ ๑๑.๓๘ น. ต๋อย.(คนพเนจร)


" บุญบันดาล "


-:กลอนแปดสุภาพ:-


๐ บุญบันดาล พานพบ ประสบพักตร์


   กรรมความรัก  ให้เพ้อ  ละเมอหา


   บุญกับกรรม  เคยทำ  ร่วมกันมา


   บุญชะตา   จึงสลัก   ให้ปักทรวงฯ


๐ กรรมมีมาก  กว่าบุญ  ที่หนุนเนื่อง


   กรรมประเทือง ไร้สุข ทุกข์ใหญ่หลวง


   คนมีกรรม   ทำเอาไว้   มิใช่ดวง


   จะหลุดล่วง   พ้นได้   ถ้าใฝ่ธรรมฯ


๐ บุญบันดาล  หรือไร  ควรใฝ่คิด


   เดินทางผิด   เพราะจิต   คิดถลำ


   ทำกรรมชั่ว  หมดบุญ  จะหนุนนำ


   ต้องเจ็บช้ำ  ระกำใน  เพราะใจตนฯ


๐ กรรมคือการ  กระทำ  คำเขาว่า


   อย่านำพา ใครลิขิต  คิดสับสน


   บุญกับกรรม   นำได้   ถ้าใจดล


   เกิดเป็นคน  ชอบชั่ว  อย่ากลัวกรรมฯ


   ต๋อย. ( คนพเนจร )


   ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ @ ๑๗.๔๕ น.



"Happy Valentine's Day"


○กลอนแปดสุภาพ○


💘อันความรัก  ปักจิต  ให้คิดถึง


        ให้รำพึง   คนึงหา   มารศรี


           อันบุรุษ   ก็ใฝ่หา   อิสตรี


              อันนารี คิดคำนึง ถึงผู้ชายฯ


💕คนทุกคน   ก็อยาก   จะมีคู่


        ได้สมสู่   กับคู่   ที่มั่นหมาย


           แต่บางคน ก็อยู่ เพียงเดียวดาย


              แต่ใช่ตาย เพราะเหงา หรือเศร้าทรวงฯ


💖อันความรัก นั้นดี มีประโยชน์


        กลับมีโทษ มีทัณฑ์ อันใหญ่หลวง


            ถ้ารักนั้น   ไม่แท้   เป็นแค่ลวง


                ต้องเฝ้าหวง ห่วงหา ต้องอาดูรฯ


💞อันผู้ชาย   ที่ดี   ก็มีมาก


        แต่หายาก ยิ่งนัก มักเป็นศูนย์


           หากอยากได้ ชายดี ไว้เกื้อกูล


               เจิดจำรูญ  ชายดี  คือพี่เองฯ


14/02/57 @11.45 น. คนชื่อต๋อย....

555.....สุขสันต์วันวาเลนไทน์คร๊าบ!

"ลืมเสียเถิด" "ภูเขาทองในอดีต" " ตะวันอับแสง " " ฉันจะฝันถึงเธอ " "ผาเดียวดาย (Lonely Cliff)" "สมมุติว่าเขารัก" " กรรมไม่เคยละเว้นใคร " " รัก และ คิดถึง "

 "ลืมเสียเถิด"


-:กลอนแปดสุภาพ:-


๐ลืมเสียเถิด ความหลัง เคยฝังจิต

  

  ลืมความคิด  ในใจ   เคยใฝ่หา


  ลืมความรัก    ที่ปักไว้   ในอุรา


  อย่ากลับมา หาอีก ขอหลีกไกลฯ


๐กลับเถิดหนา กลับไป ให้ไกลพี่


  ชายคนนี้   ยังมี   ที่อาศัย


  หมดความรัก ร้างลา พาอาลัย


  หมดเยื่อใย หมดใจรัก หักใจลาฯ


๐ลืมเสียเถิด   ศรรัก   เคยปักอก


  มันช้ำชก  พี่ขอไกล  ไม่ใฝ่หา


  มันแค่ฝัน มันไม่จริง หรอกแก้วตา


  กลับเถิดหนา  คนดี  มีคนคอยฯ


๐เราพบกัน  เมื่อสาย  เกินใจรัก


  ซึ้งสลัก  อย่างไร  ไกลสุดสอย


  ถึงห่วงหา  อาลัย  ไม่สำออย


  เพราะคนคอย เธอมี พี่ขอลาฯ


  ต๋อย (คนพเนจร)


  ๒๖/๐๑/๒๕๖๑ @ ๑๘.๓๐ น.


"ภูเขาทองในอดีต"


-:กลอนแปดสุภาพ:-


*ภูเขาทอง   มองไป  ในอดีต


  ดุจภาพขีด เขียนไว้ในไพรสณฑ์


  พฤกษาดก   ปกไว้   ในสกล


  ไร้ผู้คน   ยลยาม   ไม่งามตาฯ


*วัดสระเกศ อยู่กลางกรุง ผดุงเกษม


  ไม่ปรีดิ์เปรม  งามรื่น  ชื่นนาสา


  สร้างสมัย  อยุธยา  คราก่อนมา


  ชาวประชา  เคารพ  นบทั่วกันฯ


*เดิมชื่อวัด   สะแก   แต่เก่าก่อน


  มาเปลี่ยนตอน  ร.1 ท่านสร้างสรรค์


  พระนั่งเกล้า  สร้างเจดีย์  ศรีเทวัญ


  เสร็จไม่ทัน   สวรรคต   บทจรฯ


*เสร็จสมัย  รัชกาลที่ 5  มหาราช


  บรมนาถ   บรรพต   จรดสิงขร


  จึงจำนรรจ์ สรรค์มา ภาษากลอน


  ใช่ว่าสอน  แค่วอนไว้  ในแผ่นดินฯ


๒๘/๐๑/๒๕๖๐ @ ๑๑.๐๐น.

 

ต๋อย.(คนพเนจร) 


" ตะวันอับแสง "


-: กลอนแปดสุภาพ :-


๐ ตะวันอับ  ลับแสงลา  ท้องฟ้ากว้าง


   เมฆลอยค้าง  พื้นนภา  จันทราหาย


   ดาวและเดือน เลือนลับ ดับประกาย


   ใจสลาย  แหงนมองฟ้า  น้ำตานองฯ


๐ พระพิรุณ   โปรยพรม   ลมก็อับ


   ตะวันดับ   มืดมัว   สลัวหมอง


   เหตุไฉน   วิปริต   ผิดทำนอง


   ท้องฟ้าร้อง คร่ำครวญ รัญจวนใจฯ


๐ ไม่มีเดือน  ไม่มีดาว  สกาวฟ้า


   อนิจจา  ฟ้าหมอง  จนร้องไห้


   เหมือนตัวพี่  คนรัก  มาจากไกล


   ทิ้งเอาไว้   เพียงรูป  ให้จูบแทนฯ


๐ จะหันหน้า  ไปพึ่งใคร  ที่ไหนเล่า


   ใจของเรา ไม่สอนใจ ให้หวงแหน


   ไปหลงรูป   จูบลม   ชมแต่แกน


   เหลือแค่แหวน สวมใส่ อาลัยลาฯ


   ต๋อย. ( คนพเนจร )


   ๒๙ มกราคม ๒๕๖๒ @ ๑๘.๑๕ น.



" ฉันจะฝันถึงเธอ "


~กลอนแปดสุภาพ~


๐ เมื่อตะวัน  ลับลา  จากฟ้ากว้าง


   ทิ้งเมฆค้าง  ลอยลม  ชมเวหา


   ตะวันเลือน  ลากลับ  ลับจากตา


   ลาท้องฟ้า  ลาจากใจ  หทัยครวญฯ


๐ รู้หรือไม่  ว่ามีใคร  อาลัยหา


   รู้ไหมว่า  เธอจากไป ใจกำศรวล


   รู้หรือเปล่า  ว่าหัวใจ  ใครรัญจวน


   ใครไห้หวน  ห่วงหา  นภาไกลฯ


๐ เมื่อตะวัน  ลับนภา  ฟ้าก็หมอง


   น้ำตานอง คล้ายคน โดนผลักไส


   ดุจดังเธอ  ลับตา  ลาจากใจ


   รู้หรือไม่  หัวใจ  ใครรักเธอฯ


๐ คิดถึงรอย  ยิ้มเธอ  ละเมอหา


   ยามนิทรา  ก็หวง  ห่วงเสมอ


   ตะวันลา จันทราส่อง มองละเมอ


   ฉันจะฝัน  ถึงเธอ  เสมอจันทร์ฯ


   ต๋อย.(คนพเนจร)


   ๒๙ มกราคม ๒๕๖๓




"ผาเดียวดาย (Lonely  Cliff)"


-:กลอนแปดสุภาพ:-


๐โอ้เขาใหญ่ ไม่ไกลมาก อยากจะบอก


   ใครช้ำชอก    หดหู่    ไปดูได้


    ถ้าไปทาง นครนายก ก็ไม่ไกล


    เนินไศล   ขับเพลิน   เจริญตาฯ


๐ทางขึ้นลง  ขับไป  ไม่ไกลนัก


   มีที่พัก  ให้นอนนั่ง   หลังภูผา


   ชื่อบอกไว้ เดียวดาย สายสุดา


   ถ้าใครมา คนเดียว จะเปลี่ยวใจฯ


๐ผาเดียวดาย มีสายหมอก คอยหยอกเย้า


  เห็นขุนเขา    สูงเสียดฟ้า    นภาใส


  ยิ่งหน้าหนาว   หนาวฤดี   ไม่มีใคร


  ตั้งชื่อไว้ ให้เดียวดาย  คล้ายกับเราฯ


๐ถ้าคนเหงา  เศร้าใจ  เพราะไร้คู่


  มานั่งดู    ลมพัด    ซัดภูเขา


  ผาเดียวดาย  ไร้คู่  ดูแต่เงา


  พี่ต้องเศร้า ขาดพธู อยู่เดียวดายฯ


  ต๋อย.(คนพเนจร)


  30/01/2559 @ 10.35 น.



"สมมุติว่าเขารัก"


๛กลอนแปดสุภาพ๛


๏สมมุติว่า  เขารัก  เลยปักจิต


   สมมุติว่า  เขาคิดถึง  คนึงหา


   สมมุติว่า  เขารักซึ้ง  ตรึงอุรา


   สมมุติว่า  รักมา   หาเราจริงฯ


๏อันที่จริง  เป็นแค่  รักเผื่อเลือก


   เป็นแค่เปลือก  ฝังไว้  ในทุกสิ่ง


   แสร้งว่ารัก   ฝังใจ   ให้ประวิง


   โอ้ใจหญิง ไม่เที่ยงแท้ ไม่แน่นอนฯ


๏ลองดูใจ  กันไป  แล้วไกลห่าง


   แล้วแรมร้าง โอ้พุ่มพวง ดวงสมร


   คำโบราณ   ว่าไว้   ให้นิวรณ์


   เขียนเป็นกลอน สอนใจ ใยไม่จำฯ


๏ต้องมาเจ็บ  มาอาย  ปลายชีวิต


   ใครลิขิต   ให้พบ   สบงามขำ


   สวยแต่รูป   จูบไป   ใจระกำ


   หากถลำ    ต่อไป    ใจคงตรมฯ


ต๋อย.(คนพเนจร)


01/02/2558 @ 19.19 น.



" กรรมไม่เคยละเว้นใคร "


-: กลอนแปดสุภาพ :-


๐ เย็นฤดี   ปรีด์เปรม   เกษมสุข


   หมดความทุกข์ เพราะใจ ไม่ใฝ่หา


   มีความทุกข์ เพราะใจ ไม่นำพา


   หมดตัณหา  ถ้าใจ  ใฝ่ในธรรมฯ


๐ ทุกข์และสุข  อยู่ที่ใจ  ถ้าใฝ่คิด


   ไปยึดติด   ทำไม   ใจถลำ


   จงทำดี   ละชั่ว   จงกลัวกรรม


   ยึดพระธรรม นำจิต สถิตตนฯ


๐ ทำกรรมดี ส่งผลเลิศ ประเสริฐสุข


   จะพ้นทุกข์  ปลอดภัย. ไปแห่งหน


   คนช่วยเหลือ อนุเคราะห์ เพราะบุญดล


   นั่นคือผล   ของบุญ   ที่หนุนนำฯ


๐ ถ้าทำชั่ว  มั่วอบาย  ยามตายจาก


   ต้องพลัดพลาด  เพราะชีวี  ที่ถลำ


   ทำกรรมชั่ว  ไม่มีศีล  ไม่มีธรรม


   จะมีกรรม  ติดไป  เมื่อวายชนม์


   ต๋อย.(คนพเนจร)


   ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ @ ๒๑.๐๐ น.


" รัก และ คิดถึง "


-:กลอนแปดสุภาพ:-


๐ อันความรัก และคิดถึง ยังตรึงจิต


   ยังสถิต   อยู่ในใจ   ยังใฝ่หา


   ยังคิดถึง   เธออยู่   ทุกเวลา


   บุญใดพา ให้พบ ประสบกันฯ


๐ บุญให้พบ สบแล้ว มาแคล้วจาก


   กรรมใดพราก จากไป ไกลเกินฝัน


   หรือบุญน้อย กว่ากรรม จำรำพัน


   ดุจตะวัน   ลับนภา   ลาฟ้าไปฯ


๐ แม้ความรัก  จากไกล  ใจคิดถึง


   ยังคนึง   ถึงเวลา   คราสดใส


   จะเก็บรัก  เอาไว้  ในดวงใจ


   แม้ตัวไกล  แต่ใจนี้  ยังมีเธอฯ


๐ อันความรัก และคิดถึง คนึงหา


   ไกลสุดหล้า  ผวาจิต  คิดเสมอ


   จะชาตินี้ หรือชาติไหน ใฝ่บำเรอ


   ยังพร่ำเพ้อ  คิดถึงอยู่  มิรู้คลายฯ


   ต๋อย. (คนพเนจร)


   ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ @ ๒๐.๒๐ น.


"ชีวิตเด็กเลี้ยงควาย" "ผิดเพราะใคร" "เพชรบุรี แดนใจ" "กระต่าย หมายจันทร์"

 "ชีวิตเด็กเลี้ยงควาย"


~กลอนแปดสุภาพ~


🌝ชีวิตเด็ก เลี้ยงควาย อยู่ปลายทุ่ง


ใจหมายมุ่ง อยากเรียน เพียรศึกษา


แต่ก็ขาด ยากไร้ ซึ่งเงินตรา


ใครจะมา เหลียวแล ชะแง้ดูฯ


⚪️ชีวิตนี้   เกิดมา   ไร้ค่านัก


ไร้ที่พัก  ไร้ราคา  น่าอดสู


มีเพียงเพิง พักกาย คล้ายคนรู


พ่อแม่กู  ยากจน  ต้องทนไปฯ


🔴อยากมีเสื้อ ไว้ใส่ ให้คลายหนาว


แสนปวดร้าว  ไร้ที่นา  จะอาศัย


เหม่อมองฟ้า ร้าวรวด ยิ่งปวดใจ


โอ้กระไร   ชาตินี้   มีแต่กรรมฯ


🌕อยากลี้ลบ หลบกาย ตายดาบหน้า


แต่ชะตา   ฟ้าลิขิต   ผิดถลำ


คงเป็นเพราะ กรรมเก่า ที่เราทำ


จึงต้องช้ำ ระกำจิต คิดอยากตายฯ


♠️พรหมลิขิต  ขีดไว้  กระไรเอ๋ย


พรหมไม่เคย เหลียวแล ชะแง้หาย


พรหมกำหนด กดไว้ ทั้งใจกาย


ใจสลาย  เพราะพรหม  ระทมทรวงฯ


♥️หากเลือกได้ เกิดเป็นควาย สบายกว่า


มีทั้งหญ้า  มีทั้งคน  ที่ห่วงหวง


เป็นไอ้ทุย   ก็ดี   มีอีรวง


ที่คอยหวง  ห่วงหา  เวลานอนฯ


♣️เป็นมนุษย์  สุดช้ำ  ระกำจิต


เฝ้าคอยคิด เรื่อยไป ใจทอดถอน


ขาดที่พัก เปรียบไป นกไร้คอน


ต้องบินจร  ร่อนถลา  เที่ยวหารังฯ


♦️ขอตั้งจิต  คิดไว้  ในชาติหน้า


ให้เกิดมา   สมสุข   ทุกสิ่งหวัง


ให้มั่งมี   เงินกองทองประดัง


อย่าให้พลั้ง  พลาดจิต  ที่คิดเลยฯ


ต๋อย.(คนพเนจร)


20/01/57 @ 20.25 น. 



"ผิดเพราะใคร"


<กลอนแปดสุภาพ>


๐ใบไม้ร่วง  ลอยลิ่ว  ปลิวจากต้น


   บ้างร่วงหล่น   ลอยลับ   ทับวิถี


   บางใบร่วง   ลอยไป   ในวารี


   ห่างจากที่   เคยอยู่   คู่ต้นมันฯ


๐เปรียบเช่นคน  ยามโต  ก็โผผก


  ระเห็จหก   วกหา   ล่าความฝัน


  ละทิ้งถิ่น    ที่อยู่    สู้ฝ่าฟัน


  สร้างตัวกัน อยากดี อยากมีเงินฯ


๐สะสมทรัพย์  สิ่งของ  กองเต็มบ้าน


  ไร้แก่นสาร   สะสมไว้   ไม่ให้เขิน


  รุ่นใหม่มา  เก่าเก็บไว้  ไม่มองเมิน


  ซื้อจนเพลิน   รู้อีกที่   เป็นหนี้บานฯ


๐บัตรเครดิต   มีไว้   ใช้สลับ


  สำหรับสับ ใช้หนี้  ที่เผาผลาญ


  เพราะว่ากิน และใช้ ไม่ประมาณ


  น่าสงสาร โอ้ชีวิต  ผิดเพราะใครฯ


ต๋อย.(คนพเนจร)


๒๒ มกราคม ๒๕๖๔



"เพชรบุรี แดนใจ"


-:กลอนแปดสุภาพ:-


๐มาเมืองเพชร คราใด ใจเป็นสุข

   

   แสนสนุก  สุขสันต์  และหรรษา


   เห็นเขาวัง   ชวนชิด   ติดอุรา


   กษัตรา   ภูมินทร์   บดินทรฯ


๐ประดิษฐาน  อยู่บนภู  ดูสง่า


   คือพารา  ประทับองค์  ทรงสมร


   พระจอมเกล้า กษัตริย์ดี ศรีอมร


   สร้างนคร   คีรี   เป็นศรีเมืองฯ


๐โอ้เมืองเพชร  ธานินทร์  ถิ่นกษัตริย์


   เหงาสงัด  สิ้นราชา  สง่าเหลือง


   เพชรบุรี   แดนดิน   ถิ่นรุ่งเรือง


   งามประเทือง  มีหลายหาด  สอาดตาฯ


๐เจ้าสำราญ หาดงาม ยามได้เห็น


   ดุจดังเป็น  ธารสวรรค์  สุดสรรหา


   ทั้งหาดเพชร หาดปึกเตียน พี่เวียนมา


   ชมธารา  หาดชะอำ  ฉ่ำชื่นทรวงฯ


   ต๋อย (คนพเนจร)


   ๒๓/๐๑/๒๕๖๑ @ ๑๘.๐๐ น.



“ อนิจจัง-อนิจจา “


-กลอนแปดสุภาพ-


~ชีวิตคน   ชีวิตสัตว์   มีพลัดพราก


   พบแล้วจาก  ห่างไกล  อาลัยหา


   ไม่จากเป็น  ก็จากตาย  วายชีวา


   อนิจจา  ไม่เที่ยงแท้  แต่แน่นอนฯ


~ว่าเกิดแก่   เจ็บตาย   สลายลับ


   ไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น ฟื้นมาหลอน


   แม้ร่ำรวย   ล้นฟ้า   ก็ลาจร


   ต้องม้วยมรณ์ ลาลับ ดับทุกคนฯ


~จะรักใคร่   อะไร   เผื่อใจบ้าง


   ยามเมื่อร้าง ห่างไป ไม่สับสน


   เพราะทุกขัง  อนัตตา ต้องมายล


   ทุกทุกคน  ต้องพบ  ประสบมันฯ


~ทั้งสิ่งของ   ที่รัก   จักสลาย


   ถ้าไม่หาย ก็แตกลับ ดับแปรผัน


   ไม่มีใด  มั่นคงแท้  แปรทุกวัน


   มันแค่ฝัน ไม่มีจริง  ทุกสิ่งเอยฯ


   ต๋อย.(คนพเนจร)


   ๒๔ มกราคม ๒๕๖๔



"กระต่าย หมายจันทร์"


-:กลอนแปดสุภาพ:-


💥ฝากความรัก  ความคิดถึง  คนึงหา


     ฝากลอยมา พร่างพรม กับลมหนาว


     ฝากฟากฟ้า แสงเดือน และแสงดาว


     ฝากเรื่องราว  ฝังจิต  คิดถึงกันฯ


👦ว่ายังมี  ชายคนหนึ่ง  คิดถึงอยู่


     โปรดจงรู้   ว่ายังรัก   สลักมั่น


     เขาคนนั้น  คิดถึงเธอ  อยู่ทุกวัน


     ไม่แปรผัน เปลี่ยนใจ แม้ไกลเธอฯ


👧นานแค่ไหน  หัวใจ  เขาใฝ่ถึง


     เธอเป็นหนึ่ง ในใจ เขาเสมอ


     เขาคนนี้   ส่งใจ   มาให้เธอ


     เขาละเมอ ฝากไป กับสายลมฯ


🌾วอนพระพาย   พัดพา   ไปหาด้วย


     ขอลมช่วย     โลมไล้    ให้สุขสม


     กระต่ายนี้    บุญน้อย    แค่คอยชม


     กระต่ายตรม ตรอมใจ เพราะไกลจันทร์ฯ


24/01/57 @ 17.47 น. 

ต๋อย.(คนพเนจร)


Monday, March 15, 2021

"หนาวนี้ที่เพชรบูรณ์" " ใต้วิปโยค " "ขอให้เหมือนเดิม" ~แม่พิมพ์ของชาติ~

"หนาวนี้ที่เพชรบูรณ์"

-:กลอนแปดสุภาพ:-



🍏อรุณรุ่ง   เบิกนภา   ฟ้าเมืองเพชร

    งามดังเกล็ด  แสงทอง  ที่ผ่องใส

    เพชรบูรณ์    แดนดิน    ถิ่นอำไพ

    งามวิไล    เมืองฟ้า    สถาพรฯ



🍎ความหนาวโชย โพยพรม ลมระเรื่อ

    โอ้เมืองเหนือ   อิงแอบ   แนบสิงขร

     เมืองผางาม   นามระบิล   ถิ่นอมร

     โอฆนคร    ผาเมือง    รุ่งเรืองมาฯ



🍐ภูทับเบิก  เบียดนภา  ท้าสวรรค์

    เมฆประชัน หมอกมวล ชวนหรรษา

    มีทะเล    งามล้น    บนนภา

    เทพสรรมา  สร้างไว้  ให้ใครชมฯ



🍊โอ้เขาค้อ   รอรัก   สมัครสมาน

     งามตระการ   ยอดภู   ดูสุขสม

     ผาซ่อนแก้ว  แวบวับ  กับสายลม

     น่าภิรมย์   ชมอยู่   มิรู้คลายฯ



🍑โอ้น้ำหนาว หนาวนัก ยามพักผ่อน

     หัวใจรอน   คิดถึงอยู่   มิรู้หาย

     หนาวเพียงไหน ก็แต่ แค่เพียงกาย

     คงไม่ตาย   ถ้าตัวพี่   ไม่มีเธอฯ



     ต๋อย.(คนพเนจร)

     20/01/2559 @ 10.10 น. 

 

" ใต้วิปโยค "

~กลอนแปดสุภาพ~



๐ โอ้เมืองใต้  ครานี้  ต้องมีทุกข์

   ไม่สนุก   สุขใจ   ดังใฝ่ฝัน

   ชายทะเล  สุดช้ำ  ร่ำรำพัน

   ย้ายที่กัน  จากเคหา  พารัญจวนฯ



๐ เหมือนทุกข์ซ้ำ กรรมซัด วิบัติเห็น

   ต้องลำเค็ญ  เพราะภัย  ที่ไห้หวน

   อุทกภัย  วาตภัย  ทำให้ครวญ

   ฟ้าเรรวน  ย้ายยัก  ที่พักพิงฯ



๐ จากเคหา  เคยชม  ภิรมย์รื่น

   ต้องกล่ำกลืน ฝืนพราก จากทุกสิ่ง

   จากที่นอน  หมอนรัก  เคยพักอิง

   ทุกข์ใจจริง  ข้าวปลา  เคยอาทรฯ



๐ โอ้เมืองใต้  หลายปี  มีแต่ทุกข์

   เข้าโรมรุก  บุกซ้ำ  กระหน่ำถอน

   ทั้งน้ำท่วม  ไร่นา   ถลาจร

   ดุจละคร  ของชีวิต  ลิขิตเป็นฯ



   ต๋อย. ( คนพเนจร )

   ๑๙ มกราคม ๒๕๖๔ 

 

"ขอให้เหมือนเดิม"

-:กลอนแปดสุภาพ:-



๐ก่อนจากกัน  คืนนั้น  ฉันและเธอ

  พร่ำละเมอ   ชี้ชม   ภิรมย์สันต์

  ฉันกอดเธอ  เพ้อพร่ำ  ร่ำรำพัน

  จุมพิตกัน  ชวนชม  ภิรมย์นวลฯ



๐ยามรักร้าง ห่างไป จนไกลห่าง

  ใช่แรมร้าง  ห่างเห  สเน่ห์หวล

  ทุกคืนค่ำ   ร่ำหา   พารัญจวน

  ต้องคร่ำครวญ ครวญคร่ำ ร่ำน้ำตาฯ



๐สุดที่รัก   ลืมแล้ว   หรือไรเจ้า

  ชายคนเศร้า  คนนี้  ยังใฝ่หา

  ยังคนึง   ถึงเจ้าอยู่   ทุกเวลา

  ยามนิทรา พร่ำเพ้อ ละเมอครวญฯ



๐อันรสรัก  หวานซึ้ง  ยังตรึงจิต

  คนึงนิจ   อยู่ในใจ   พี่ไห้หวล

  รักพี่นี้   มอบไว้   ให้เนื้อนวล

  ขอเชิญชวน นวลหทัย ให้เหมือนเดิมฯ



  ต๋อย (คนพเนจร)

  ๑๘/๐๑/๒๕๖๑ @ ๑๙.๕๐ น. 

 

~แม่พิมพ์ของชาติ~
: กลอนแปดสุภาพ :



๐กราบบูชา พระคุณครู ผู้ประเสริฐ

  ผู้งามเลิศ  ทั้งกายใจ  ศิษย์ใฝ่หา

  สั่งสอนศิษย์  ผู้น้อย  ด้อยปัญญา

  มอบวิชา  ให้เติบใหญ่  จนได้ดีฯ



๐ดุจเรือจ้าง ส่งผู้คน ให้ข้ามฝาก

  ขึ้นแล้วจาก  ทิ้งเรือไว้  ในวิถี

  เรือกลับฝั่ง ลอยล่องไป ในวารี

  รับคนที่   อับจน   วนเรื่อยไปฯ



๐ขอเทิดทูน คุณท่านไว้ ในใจนี้

  ให้สุขขี   ไร้โรคา   ฆนาศัย

  พระคุณนี้ จะสถิต ติดทรวงใน

  จำจดไว้ ในดวงจิต นิจนิรันดร์



๐กราบวันทา   ยอกร   วอนเทพไท้

  ได้โปรดให้ ครูทุกท่าน จงสุขสันต์

  ให้หมดทุกข์  หมดโศก  วิโยคพลัน

  เป็นมิ่งขวัญ  เคียงอยู่  คู่แผ่นดินฯ



ขอกราบคารวะคุณครูทุกๆท่าน
ที่ได้อบรมสั่งสอนข้าพเจ้ามา
ด้วยความเคารพรักยิ่ง
นายบริพัตร. ศรีธรรม
๑๖ มกราคม ๒๕๖๒
@ ๑๑.๓๐ น.

Friday, January 22, 2021

"ผิดเพราะใคร" "ชีวิตเด็กเลี้ยงควาย"

"ผิดเพราะใคร"

<กลอนแปดสุภาพ>



๐ ใบไม้ร่วง  ลอยลิ่ว  ปลิวจากต้น

    บ้างร่วงหล่น   ลอยลับ   ทับวิถี

    บางใบร่วง   ลอยไป   ในวารี

    ห่างจากที่   เคยอยู่   คู่ต้นมันฯ



๐ เปรียบเช่นคน  ยามโต  ก็โผผก

   ระเห็จหก   วกหา   ล่าความฝัน

   ละทิ้งถิ่น    ที่อยู่    สู้ฝ่าฟัน

   สร้างตัวกัน อยากดี อยากมีเงินฯ



๐ สะสมทรัพย์  สิ่งของ  กองเต็มบ้าน

   ไร้แก่นสาร   สะสมไว้   ไม่ให้เขิน

   รุ่นใหม่มา  เก่าเก็บไว้  ไม่มองเมิน

   ซื้อจนเพลิน   รู้อีกที่   เป็นหนี้บานฯ



๐ บัตรเครดิต   มีไว้   ใช้สลับ

   สำหรับสับ ใช้หนี้  ที่เผาผลาญ

   เพราะว่ากิน และใช้ ไม่ประมาณ

   น่าสงสาร โอ้ชีวิต  ผิดเพราะใครฯ



ต๋อย.(คนพเนจร)

๒๒ มกราคม ๒๕๖๔ 


"ชีวิตเด็กเลี้ยงควาย"

~กลอนแปดสุภาพ~



⚪️ ชีวิตเด็ก เลี้ยงควาย อยู่ปลายทุ่ง

      ใจหมายมุ่ง อยากเรียน เพียรศึกษา

      แต่ก็ขาด ยากไร้ ซึ่งเงินตรา

      ใครจะมา เหลียวแล ชะแง้ดูฯ



⚪️  ชีวิตนี้   เกิดมา   ไร้ค่านัก

       ไร้ที่พัก  ไร้ราคา  น่าอดสู

      มีเพียงเพิง พักกาย คล้ายคนรู

      พ่อแม่กู  ยากจน  ต้องทนไปฯ



⚪️ อยากมีเสื้อ ไว้ใส่ ให้คลายหนาว

      แสนปวดร้าว  ไร้ที่นา  จะอาศัย

      เหม่อมองฟ้า ร้าวรวด ยิ่งปวดใจ

      โอ้กระไร   ชาตินี้   มีแต่กรรมฯ



⚪️ อยากลี้ลบ หลบกาย ตายดาบหน้า

      แต่ชะตา   ฟ้าลิขิต  ผิดถลำ

      คงเป็นเพราะ กรรมเก่า ที่เราทำ

      จึงต้องช้ำ ระกำจิต คิดอยากตายฯ



⚪️ พรหมลิขิต  ขีดไว้  กระไรเอ๋ย

      พรหมไม่เคย เหลียวแล ชะแง้หาย

      พรหมกำหนด กดไว้ ทั้งใจกาย

      ใจสลาย  เพราะพรหม  ระทมทรวงฯ



⚪️ หากเลือกได้ เกิดเป็นควาย สบายกว่า

      มีทั้งหญ้า  มีทั้งคน  ที่ห่วงหวง

      เป็นไอ้ทุย   ก็ดี   มีอีรวง

      ที่คอยหวง  ห่วงหา  เวลานอนฯ



⚪️ เป็นมนุษย์  สุดช้ำ  ระกำจิต

      เฝ้าคอยคิด เรื่อยไป ใจทอดถอน

      ขาดที่พัก เปรียบไป นกไร้คอน

      ต้องบินจร  ร่อนถลา  เที่ยวหารังฯ



⚪️ ขอตั้งจิต  คิดไว้  ในชาติหน้า

      ให้เกิดมา   สมสุข   ทุกสิ่งหวัง

      ให้มั่งมี   เงินกอง ทองประดัง

       อย่าให้พลั้ง  พลาดจิต  ที่คิดเลยฯ



ต๋อย.(คนพเนจร)

20/01/57 @ 20.25 น.

Sunday, December 13, 2020

“ หลงอนงค์ “ " กลิ่นราตรี " " ความทรงจำ ที่ไม่เคยลืมเลือน "

 “ หลงอนงค์ “


~กลอนแปดสุภาพ~


๐พี่เผลอมอง  สองเนตร  แม่เกศแก้ว


   หลงรักแล้ว  อนงค์นุช  สุดไหลหลง


   ทั้งเนตรปราง  หว่างคิ้ว  นิ้วอนงค์


   อีกทรวดทรง  องค์งาม  อร่ามตาฯ


๐ดุจดังเทพ  สรรสร้าง  ให้นางน้อง


   นวลละออง  นงนุช  สุดสรรหา


   ให้ชายหลง  ยามพบ  สบยุพา


   เยาวภา   คนดี   แม่ศรีเรือนฯ


๐บุญพี่มี   ไม่พอ   จะรอเจ้า


   มีแต่เศร้า ร้าวใจ ดังใครเฉือน


   เจ้าเป็นดาว  แต่พี่  มิใช่เดือน


   ต้องลาเลือน เลื่อนลับ ดับประกายฯ


๐ลาแล้วลา  กานดา  ยุพาพี่


   ลาคนดี   เฉิดฉวี   มณีฉาย


   ลาเมฆฝน  บนฟ้า  ดาราราย


   ใจสลาย  เพราะหลง  อนงค์นางฯ


   ต๋อย.(คนพเนจร)


   ๒๕  พฤศจิกายน  ๒๕๖๓


" กลิ่นราตรี "


~กลอนแปดสุภาพ~


๐วิหคน้อย ลอยเล่นลม ชมพฤกษา


   บินไปมา   เคียงคู่   ดูสุขสม


   เมฆาเคลื่อน เลื่อนรับ กับสายลม


   น้ำค้างพรม  ชมชื่น  รื่นราตรีฯ


๐ ดาวดวงน้อย ลอยเลื่อน เกลื่อนเวหา


   เดือนดารา   งามสลับ   ขับแสงสี


   จันทราทอ   แสงอ่อน   ผ่อนฤดี


   เฉิดฉวี   งามรับ   จับนภาฯ


๐ เสียงขลุ่ยครวญ พลิ้วมา เพลาค่ำ


   ช่างดื่มด่ำ   เร้าใจ   ดังใฝ่หา


   เสนาะโสต  โลดลิ่ว  ปลิวลมมา


   สุขหรรษา  ไพเราะ  เกาะกินใจฯ


๐ กลิ่นราตรี   ลอยลม   ให้ชมชื่น


   หอมระรื่น   รื่นรมย์   พรมไสว


   นอนคนเดียว เปลี่ยวจิต สกิดใจ


   ไม่มีใคร   มีแต่ลม   ชมแต่เงาฯ


   ต๋อย.(คนพเนจร)


   ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๒


" ความทรงจำ ที่ไม่เคยลืมเลือน "


-: กลอนแปดสุภาพ :-


๐ ว่าถึงเพลง   สากล   ในอดีต


   จึงอยากขีด  เขียนไว้  ให้ได้รู้


   ของBeatles ก็มี Love me do


   Close to you ก็เพราะ เสนาะจังฯ


๐ Bernadine    ได้ยิน    ก็ร้องอ๋อ


   เคยร้องคลอ ตามเสียง สำเนียงขลัง


   One last kiss ตอนหนุ่ม ก็ชอบฟัง


   ทั้งToo young, Let it be, She love youฯ


๐ Simon Say,  My way, Crazy Love


   ฟังแล้วเงิบ    ไพเราะ    เสนาะหู


   คนรุ่นหลัง   ควรหา   มาฟังดู


   G.I.Blue, Summer Kiss, Elvis ครวญฯ


๐ The young one   ดังอยู่   มิรู้เบื่อ 


   Poor Boy เจือ  แสนเศร้า  เรากำศรวล


   I'm Sorry,  Brenda Lee  พี่รัญจวน


   โอ้เนื้อนวล  พี่หวนคิด  I miss youฯ


๐ ฟังGreenflied, Brother Four โอ้โห้เพราะ


   แสนเสนาะ   ไพเราะ   เสนาะหู


   ส่วน Johnny  Horton  ก็ชั้นครู


   Only You,  Patterครวญ  รัญจวนใจฯ


๐ The mansion you stone ก็ oldy


   อีก Pretty   Woman   ก็สดใส


   เป็นผู้หญิง  บานฉ่ำ  ตำทรวงใน


   More than I,  can say  ไม่เรรวนฯ


๐ ที่เขียนมา  เพียงนิด  ใคร่คิดบอก


   เพียงย้อนยอก  เอาไว้  ให้ใจหวน


   พเนจร   ท่องเที่ยวไป   ใจรัญจวน


   แค่คร่ำครวญ  ใช่กวี   ศรีสำอางค์ฯ


๐ ขอลาแล้ว   ลาคนดี   มณีนุช


   งามผ่องผุด สุดนภา อย่าหมองหมาง


   ฟังดนตรี   แล้วชื่นใจ  ไม่อำพราง


   ทุกนายนาง   จงมีสุข   ทุกทิวาฯ


   ต๋อย. ( คนพเนจร )


   ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ @ ๑๗.๐๐ น.


"ดาวรู้ไหม" 


๐เมื่อเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า และว้าเหว่ 


ขวัญจะเร่ ร่อนคว้าง ถึงกลางหาว 


แล้ววอนถาม ความหมอง ของหมู่ดาว 


ซ่อนแสงพราว พรุบหรู่ อยู่ทำไม



๐เห็นใครคว้าง อย่างนี้ มีไหมเล่า 


  จะว่าเศร้า ก็ไม่เศร้า ...ดาวรู้ไหม 


  หากแต่ว่า แพ้ตัว แพ้หัวใจ 


  ที่เฉยเมย ซ่อนไว้ ซึ่งไยดี



๐เห็นเคยเห็น ดาวคว้าง อย่างคนเคว้ง 


  ปลอบตัวเอง อุ่นใจ อย่างไรนี่ 


  หรือแอบหมอก หยอกฟ้า มานานปี 


  จนดาวมี ฟ้าเสมือน เป็นเพื่อนคิด



๐อิจฉาดาว พราวแสง เหมือนแสร้งเยาะ 


  กระทบเหมาะ แววว้าง ตรงกลางจิต 


  ตาจึงวาบ ปลาบละห้อย เพียงน้อยนิด 


  แล้วเม้นมิด ซ่อนหมาง อยู่อย่างเดิม



๐เพราะรักสิทธิ์ อิสระ เกินจะทุกข์ 


  จึงซ่อนซุก ความรู้สึก ไม่ฮึกเหิม 


  เมื่อดาวหมาย ปรายตา มาเยาะเติม 


  ชีวิตเพิ่ม สิ่งใด...รู้ไหมดาว



๐เพิ่มชีวิต เข้มแข็ง ให้แกร่งกล้า 


  ให้เชิดหน้า ท้ามอง ถึงห้องหาว 


  ยิ้มเยาะโลก โชคชะตา มานานยาว 


  ซ่อนน้ำพราว ท่วมทั่ว รดหัวใจ



ม.ร.ว. อรฉัตร ซองทอง เป็นตำนานของนักกลอนอักษรศาสตร์ยุคชมรมวรรณศิลป์


ชีวิตเราถ้าเหมือนเรือ  ของ ประยอม ซองทอง 
ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี พ.ศ. 2548 แต่งเมื่อ พ.ศ. 2502


๐ชีวิตเรา ถ้าเหมือนเรือ เมื่อออกท่า

 ไม่รู้ว่า ค่ำนี้ นอนที่ไหน

 จะลอยล่ม จมน้ำ คว่ำลำไป

 หรือสมใจ จอดฝั่ง…ก็ยังแคลง


๐ได้แต่ดื่ม น้ำตา เมื่อฟ้าร่ำ

 ยิ่งยามย่ำ สายัณห์ ยิ่งกรรแสง

 ถูกลมหวน หอบข่ม ระดมแรง

 จึงรู้แล้ง หมดแล้ว น้ำแก้วตา


๐เพราะหากมัว มาร่ำ กำสรวลอยู่

 ไหนจะรู้ ทรงเรือ บ่ายเมื่อหน้า

 ต้องตักพาย หมายขืน ฝืนลมฟ้า

 ไร้เวลา อาดูร พอกพูนใจ


๐สติตรง ตาแน่ว ดูแนวน้ำ

 ไม่ลอยลำ ขวางเรือ เมื่อน้ำไหล

 ถ้าไม่ล่อง ก็ท่องทวน สวนทันใด

 เรือจึ่งได้ แนวดิ่ง ไม่ทิ้งทาง


๐ในโลกนี้ มีสิ่ง ต้องวิ่งแข่ง

 ถ้าหย่อนแรง ราข้อ ต่อเข้าบ้าง

 ก็จะแพ้ แย่ยับ ถึงอับปาง

 อย่าหมายร่าง เราจะอยู่ สู้หน้าใคร


๐ชีวิตเรา ถ้าเหมือนเรือ เมื่อออกท่า

 ต้องรู้ว่า ค่ำนี้ นอนที่ไหน

 ต่อรุ่งเช้า ก้าวอีกขั้น มรรคาลัย

 กว่าวันชัย สมประสงค์ ถือธงชู

" ทะเลระยอง " " เด็ดดอกฟ้า " “รังรักในจินตนาการ” " สุดปรารถนา " "หากหัวใจฉันมีปีก" “ เรื่องของจิต “

 " ทะเลระยอง "


-:กลอนแปดสุภาพ:-


๐ มองทะเล ยามเช้า แสนพราวเพริด


   ฟ้าบรรเจิด เกิดเกาะ เลาะสวรรค์


   มีคลื่นลม ชมชื่น รื่นทั้งวัน


  เหมือนสวรรค์ บนดิน ถิ่นระยองฯ


๐ สกุณา  ผกผิน  บินเคียงคู่


   เมื่อแลดู  โอปักษี  ยังมีสอง


   แต่ตัวเรา  ไร้คู่คิด  ชิดประคอง


   ได้แต่มอง  เพียงเงา  เศร้าหทัยฯ


๐ อยากฝากรัก ไปกับคลื่น ให้ชื่นจิต


   ให้ชมชิด  สนิทแนบ  แอบไฉน


   คลื่นเห่กล่อม ทรายซัด สบัดไป


   ทะเลไกล มีคลื่นลม ชมทุกวันฯ


๐ โอ้ทะเล  ระยอง  สองฟากฝั่ง


   คลื่นลมยัง เร้าจิต คิดใฝ่ฝัน


   มองทะเล  คราใด  ใจรำพัน


   ฝากสัมพันธ์ ฝากรักไว้ แนบใจเธอฯ


   ต๋อย.(คนพเนจร)


   ๑๘ พ.ย.๖๑ @ ๐๙.๔๕ น.


" เด็ดดอกฟ้า "


~กลอนตลาด~


๐ อยากจะเด็ด  ดอกฟ้า  มาถนอม


   กลัวต้องตรอม อกตรม ระทมไหม้


   เด็ดดอกหญ้า ริมทาง กลางพงไพร


   คงไม่ไกล  เอื้อมคว้า  มาดอมดมฯ


๐ เป็นแค่กา ไม่หาญกล้า ไข้วคว้าหงส์


   มาร่วมวงค์   เคียงคู่   ดูไม่สม


   เด็ดพยอม  ดอกหญ้า  มาดอมดม


   พอชื่นชม   สมสู่   เป็นคู่กายฯ


๐ แม้หัวใจ  อยากดม  ชมดอกฟ้า


   แต่นภา  กว้างไป  เกินใจหมาย


   สุดจะคว้า  ดอกฟ้า  มาแนบกาย


   ยังไม่วาย  แหงนชม  แม้ตรมใจฯ


๐ ดอกฟ้าเอ๋ย เคยหวังชม ภิรมย์เจ้า


   หลงมัวเมา  มองนภา  ฟ้าผ่องใส


   ดุจกระต่าย หลงจันทรา บนฟ้าไกล


   เพราะหัวใจ ไม่ตรอง จึงหมองมัวฯ


   ต๋อย.(คนพเนจร)


   ๒๕ เมษายน ๒๕๖๓



“รังรักในจินตนาการ”


~ กลอนแปดสุภาพ ~


๐ เคยฝันว่า  จะสร้าง  วิมานรัก


    บรรจงปัก   ริมวารี   นทีใส


    เจ้าพระยา โอ้มหา  ชลาลัย


    รวมสองใจ เอาไว้ เป็นหนึ่งเดียวฯ


 ๐ รังรักใน  จินตนา  จะพาสุข


     จะร่วมทุกข์  สุขใจ  ไม่เฉลียว


     สร้างเรือนหอ  รอรัก  สลักเกลียว


     กับรูปเรียว  เกี่ยวก้อย  ร้อยหทัยฯ


 ๐ ริมหน้าต่าง  ปลูกลัดดา  ชบาด้วย


     ดอกแพงพวย เลื้อยเลาะ เกาะอาศัย


     ห้องนอนมี   สีฟ้า   พาวิไล


     สุกสดใส  เรืองรอง  เมื่อมองดูฯ


 ๐ ริมธารา  น่าชื่นชม  ภิรมย์รื่น


     หัวใจชื่น  ระรื่นจิต  คิดถึงคู่


     อยากให้ฝัน  เป็นจริง  ยิ่งพธู


     ได้ครองคู่  สานฝัน  ฉันและเธอฯ


     ต๋อย.(คนพเนจร)


     ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๓


" สุดปรารถนา "


-:กลอนแปดสุภาพ:-


๐ สุดปรารถนา สุดจะคว้า มาแนบกาย


   สุดเสียดาย   หายหัก   รักขื่นขม


   เพราะรักเธอ  หลงเธอ  ละเมอชม


   จึงระทม   ขมจิต   ชิดชมเงาฯ


๐ สุดชีวิต   คิดครวญ   รัญจวนหา


   สุดฟากฟ้า  แสนไกล  หัวใจเหงา


   ปรารถนา   เพียงนุช   สุดบรรเทา


   เพราะใจเรา  เขลาจิต  คิดไปเองฯ


๐ สุดฟากฟ้า  แสนไกล  ยามไกลห่าง


   สุดอ้างว้าง   หว่างใจ   ใยข่มเหง


   แหงนมองฟ้า  ก้มดูดิน  ถวิลเกรง


   แสนวังเวง  เคว้งอยู่  แต่ผู้เดียวฯ


๐ ปรารถนา   ทำไม   ให้ใจเศร้า


   ให้ปวดร้าว  เพราะใจ  ไม่เฉลียว


   จึงเจ็บช้ำ  เพราะหลง  รักรูปเรียว


   รักข้างเดียว  ดูแต่รูป  จูบแต่ลมฯ


   ต๋อย. ( คนพเนจร )


   ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ @ ๑๗.๔๕ น.


"หากหัวใจฉันมีปีก"


~กลอนแปดสุภาพ~


๐หากหัวใจ  มีปีก  คงหลีกลี้


  คงบินหนี  รักไป  ไกลสุดหล้า


  เพราะหัวใจ  ของพี่  ถูกบีฑา


  วาสนา   ของพี่   มีไม่พอฯ


๐เคยมอบใจ เอาไว้ ให้เธอรับ


  แต่เธอกลับ ร้างไป ไกลห้องหอ


 ใจดวงนี้  เลยเศร้า  เฝ้าแต่รอ


  คนยกยอ  เธอมาก  เลยจากจรฯ


๐หากหัวใจ  ของพี่  นั้นมีปีก


  คงบินหลีก  จากไป  ไกลสมร


  จะบินลับ  ไม่กลับมา  หาบังอร


  เพราะร้าวรอน อกหัก หลงรักเธอฯ


๐จึงเขียนกลอน  ฝากไว้ ให้ได้รู้


  ไม่ขออยู่  อย่างคน  ทนเสมอ


  นิยายรัก  เรื่องนี้  ไม่มีเธอ


  พี่หลงเพ้อ หลงทางอยู่ แต่ผู้เดียวฯ


  ต๋อย.(คนพเนจร)


  ๔ มกราคม ๒๕๖๓


 “ เรื่องของจิต “


~กาพย์ยานี ๑๑”


•จิตคน       วนเวียนว่าย


  จิตไม่หน่าย  ในกงกรรม


  จิตตน        เป็นตัวทำ


  จิตถลำ      ในกรรมกงฯ


•จิตถือ         อนันตา


  จิตจึงพา     จิตต่ำลง


  จิตตัว          ไม่คิดปลง


  จิตพะวง      ลงอบาย


•จิตเป็น        ตัวกำหนด


  จิตทั้งหมด  กำหนดกาย


  จิตเรา          เป็นเจ้านาย


  จิตนำกาย   ไปสู่กรรมฯ


•จิตดี              กระทำดี


  จิตไม่ดี         ไม่มีธรรม


  จิตนี้              เป็นตัวนำ


  จิตมุ่งธรรม  นำสุขเอยฯ


  ต๋อย.(คนพเนจร)


  ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

"บางหลวง" " จำปี จำปา " " คลื่นละเมอฝั่ง " "แสนอาลัย" ฝนสั่งฟ้า "ท่าแฉลบ จันทบุรี"

 "บางหลวง"


-:กลอนแปดสุภาพ:-


๐คลองบางหลวง หน่วงจิต คิดถึงเจ้า

  

   ฤดีเศร้า   ห่วงหา   มารศรี


   บางหลวงเอ๋ย ฝั่งคลอง สองชีวี


   มองนที  สัญญามั่น  ฉันและเธอฯ


๐สาวบางหลวง ลวงใจ ให้หลงผิด


   ลวงให้คิด   ว่ารักจริง   สิ่งเสนอ


   หลอกพี่คอย ปากคลอง มองละเมอ


   ให้พี่เหม่อ มองหา ยอดยาใจฯ


๐สองฝั่งคลอง น้ำนอง ทั้งสองฝั่ง


   น้ำตาหลั่ง ฝั่งคลอง พี่หมองไหม้


   พี่ต้องเพ้อ ครวญคร่ำ ร่ำอาลัย


   ช้ำหทัย  จำพราก  ที่ปากคลองฯ


๐ไม่นึกเลย ต้องมาช้ำ ระกำอก


   น้ำตาตก   อกช้ำ   กรรมสนอง


   เจ้าหลอกพี่ ให้เพ้อ ให้เหม่อมอง


   พี่จึงหมอง เหม่อมอง คลองบางหลวงฯ


ต๋อย.(คนพเนจร)


๑๐/๑๑/๖๐ @ ๒๐.๒๐ น.


" จำปี จำปา "


กลอนแปดสุภาพ


๐น่าฉงน  นักนี่  จำปีเอ๋ย


ถูกชมเชย ดึงเล่น เช่นขนม


ใครใครเห็น ก็อยาก จะเชยชม


ชอบเด็ดดม ชมกว่า จำปาทองฯ


๐เพราะจำปี  นั้นดี  และมีค่า


คนนำมา ร้อยมาลัย เป็นชายสอง


หญิงผูกไว้ ปลายผม ให้ชมมอง


ชายอยากลอง เด็ดดม ชมเช่นกันฯ


๐แต่จำปา  เกิดมา  กลับอาภัพ


คนไม่รับ  ว่าดี  เพราะสีสัน


อีกกลิ่นเจ้า ไม่อาจ เทียบเทียมทัน


ดุจดวงจันทร์ ยามอับ ลับแสงนวลฯ


๐เปรียบสตรี งามแต่รูป จูบไม่หอม


มีชายตอม แต่ลาลับ ไม่กลับหวล


ปล่อยให้เหงา เศร้าจิต คิดรัญจวน


ว่าหญิงควร  เป็นจำปี  หรือจำปาฯ


ต๋อย(คนพเนจร)


13 Feb 2013


" คลื่นละเมอฝั่ง "


-:กลอนแปดสุภาพ:-


๐ คลื่นละเมอ  เพ้อพบ  กระทบฝั่ง


   สายชลหลั่ง  พรั่งพรู  ดูเป็นสาย


   เหมือนชีวิต  เกิดมา  แล้วลาตาย


   ดุจดังทราย  คายคลื่น  คืนทะเลฯ


๐ ดั่งพฤกษา   มีลม   ให้ชมชื่น


   ลมพัดคลื่น  พริ้วไป  ไม่หันเห


   ธรรมชาติ  กำหนดไว้  ไม่รวนเร


   ไม่ไฉเฉ    เฉไฉ    ดั่งใจคนฯ


๐ ฝั่งยังคอย  คลื่นอยู่  รู้หรือเปล่า


   หาดทรายขาว รอคลื่น คืนอีกหน


   ลมช่วยพา  คลื่นมา  หาฝั่งชล


   ให้ฝั่งยล  ชมคลื่น  ทุกคืนวันฯ


๐ คลื่นละเมอ  เผลอไป  ที่ไหนเล่า


   หัวใจเศร้า  เหงาจิต  นั่งคิดฝัน


   คลื่นกับฝั่ง  เคียงคู่  อยู่ด้วยกัน


   ร้อยสัมพันธ์  ละเมอสั่ง  ฝั่งนทีฯ


   ต๋อย. ( คนพเนจร )


   ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ @ ๑๗.๐๐ น.


"แสนอาลัย"


~กลอนแปดสุภาพ~


๏จากไปแล้ว   แก้วตา   วิฬาร์พ่อ


   น้ำตาคลอ เศร้าโศก วิโยคหวน


   เลี้ยงเจ้ามา   เก้าปี   มณีนวล


   เจ้ามาด่วน  จากไป  อาลัยลาฯ


๏เคยคลอเคลีย เลียหน้า เคล้าขาพ่อ


   เคยนั่งรอ   เฝ้าคอยดู   รู้ภาษา


   ไม่ดื้อรั้น  เรียกเหมียว  เดี้ยวก็มา


    เจ้าจากลา   ทิ้งพ่อไป   อาลัยกันฯ


๏ แม้นชาติหน้า  เกิดใหม่  คงได้พบ


   ได้ประสบ เป็นญาติมิตร ดังคิดฝัน


    อย่ารู้ร้าง   ห่างไกล   ใจสัมพันธ์


    ให้พบกัน  ทุกชาติ  อย่าคลาดคราฯ


๏ สลักลักษณ์  อักขรา  มาให้เจ้า


   ด้วยความเศร้า และคิดถึง คนึงหา


   จะรักเจ้า   ฝังในจิต   ติดอุรา


   สุขเถิดหนา  ยอดแมวดี  สามสีเอยฯ


12/11/2558 @ 12.02 น. พ่อต๋อย.


" ฝน สั่ง ฟ้า "


-:กลอนแปดสุภาพ:-


๐ ฝนสั่งฟ้า   คราใด   ใจก็คิด


   ถึงชีวิต ที่ผ่านไป คล้ายน้ำไหล


   บ้างเชี่ยวกราก ชะวากวับ สลับไป


   ระลอกไล้   รินหลั่ง   ฝั่งธาราฯ


๐ ยามฝนมา  ฟ้ามัว  ทั่วทุกทิศ


   นภาปิด   มิดมัว   ทั่วทิศา


   ชโลมไล้  ทั่วทิศ  มิดคันนา


   ฝูงนกกา  หลบหาย  กายจากจรฯ


๐ พอฝนซา  ฟ้าสว่าง  กระจ่างใส


   นกกาไซ้  สลัดปีก  แล้วหลีกถอน


   ถลาบิน   ลาลับ   กลับรังนอน


   หมู่ภมร   เริงร่า   ถลาลมฯ


๐ มองชีวิต  สกุณา  ช่างผาสุก


   ไม่มีทุกข์  คืนวัน  มันสุขสม


   แต่ชีวิต  คนเรา  เศร้าระทม


   ต้องตรอมตรม เพราะจิต ไม่คิดพอฯ


   ต๋อย. ( คนพเนจร )


   ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ @ ๑๗.๐๐ น.


"ท่าแฉลบ จันทบุรี"


~กลอนแปดสุภาพ~


*งามเหลือเกิน เพลินพิศ จิตประหวั่น


   ช่างสุขสันต์   มองภู   ดูพฤกษา


   เห็นแพน้อย ลอยล่อง ท้องธารา


   เห็นมัจฉา ว่ายเวียนวน ชลธารฯ


*ท่าแฉลบ เปลี่ยวใจ ยามไร้เจ้า


   ท่าแฉลบ แสนเศร้า เฝ้าสงสาร


   ท่าแฉลบ ไม่เหมือน กับวันวาน


   ท่าแฉลบ ไม่สราญ ขาดหวานใจฯ


*จำลาจาก เมืองจันท์ เคยฝันหา


   โอ้จันทร์จ้า ยามมอง เจ้าผ่องใส


   จันทร์ส่องแสง แรงกล้า ฟ้าอำไพ


   ทุกคืนใคร่ สีนวล ชวนให้มองฯ


*มาคืนนี้   จันทรา   ไม่ส่องแสง


  จันท์สิ่นแรง แลไป ใจก็หมอง


  ท่าแฉลบ เมืองจันท์จ๋า ฟ้าสีทอง


  ขอลาน้อง ทิ้งใจ ไว้กับจันท์ฯ


16/11/2559 @ 21.49 น. ต๋อย.(คนพเนจร)